จับ 2 กรรมการบริษัทขบวนการหลอกพาทำงานญี่ปุ่น ผู้เสียหายสูญเงินนับล้าน

11.10.23 | 13:55 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ต.ต.อัคนี ณ บางช้าง สว.กก.4 บก.ป. ร่วมกับตำรวจ บก.สส.ภ.2 จับกุมนายวรินทร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และ นายพัฒนชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ความผิดฐาน “ร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง, ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถจัดหางานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้หลอกลวง และร่วมกันฉ้อโกง”


สืบเนื่องจากก่อนจับกุมตัวผู้ต้องหาผู้เสียหายประมาณ 80 คน รวมตัวกันเข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ว่าถูกบริษัทแอบแฝงหลอกลวงส่งผีน้อยไปทำงานต่างประเทศในติ๊กต็อกว่าจะพาไปทำงานเป็นผีน้อยด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าสัมมนาและมีวิธีช่วยให้ผ่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้กับผู้ต้องหาทั้งสอง เมื่อชำระเงินแล้วกลับไม่ได้ไปทำงานตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อขอเงินคืนกลับถูกผัดผ่อนเรื่อยมา ต่อมาจะถูกบล็อกช่องทางการติดต่อและไม่ยอมคืนเงิน อีกทั้งยังถูกผู้ต้องหาแจ้งความกลับจนถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถามหนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า ช่วงประมาณปี 2565 พบเห็นประกาศรับสมัครหาคนไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นทางโซเชียลให้รายได้ดี วันละ 8,500 เยนต่อวัน จึงสนใจติดต่อทักไปหาคนที่โพสต์ประกาศ ก่อนมีการพูดคุยถึงรายละเอียดการทำงานจนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินคนละ 29,990-100,000 บาท เป็นค่าดำเนินการ หลังจากโอนเงินแล้วมีการนัดหมายกำหนดวันจะเดินทางไปแต่ได้รับการเลื่อนวันเดินทางเรื่อยมาถึง 2 ครั้ง โดยอ้างว่า มีคนแจ้งเจ้าหน้าที่ ตม. และกรมแรงงาน ว่าจะมีการพาคนไทยไปทำงานผิดกฎหมายที่ประเทศญี่ปุ่น จึงยับยั้งการเดินทางออกไปก่อน โดยผู้ต้องหายื่นข้อเสนอให้ผู้เสียหายเป็น 2 ข้อ คือคนที่จะไปต่อก็จัดเดินทางอีกครั้งส่วนคนที่ไม่ไปต่อจะคืนเงินให้ ทำให้ผู้เสียหายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มคนที่ไม่ไปต่อก็พยายามติดต่อขอเงินคืนแต่ก็ถูกผัดวันออกไปเรื่อยๆ โดยใช้ข้ออ้างต่างๆ ส่วนกลุ่มคนที่มีความต้องการที่จะไปต่อ กลับถูกเลื่อนการเดินทางออกไปเรื่อยๆ ไม่ได้เดินทางจริง จึงติดต่อขอเงินคืน แต่ก็ไม่เคยได้เงินคืน ซึ่งที่ผ่านมาได้ไปร้องเรียนสื่อและเพจต่างๆ แต่เรื่องไม่มีความคืบหน้ามานานกว่า 3 เดือน ซ้ำยังถูกกลุ่มผู้ต้องหา ฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เพราะข้อความบางส่วนที่กลุ่มผู้เสียหายคุยกันในไลน์กลุ่ม มีการพาดพิงถึง
กลุ่มผู้ต้องหา

ต่อมาตำรวจ สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 ต่อมาตำรวจชุดจับกุมร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง สอบถามปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาจึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ตรวจสอบพบนายวรินทร ยังมีอีก 2 หมายจับคือหมายจับของศาลอาญา ที่ 279/2566 ลงวันที่ 26 เมษายน 2566 ซึ่งต้องหาว่า “ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดๆ ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และหมายจับศาลจังหวัดลำปาง ที่ 319/2566 ลงวันที่ 7 กันยายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์”