กะเหรี่ยงแก่งกระจาน 4 ชุมชน ร้อง ทส.แก้ ร่างกฎหมาย ตัดสิทธิ ห้ามทำไร่หมุนเวียน

11.10.23 | 15:56 น.

กะเหรี่ยงแก่งกระจาน 4 ชุมชน เรียกร้อง ทส.แก้ไขร่างกฎหมาย-ระเบียบ ตัดสิทธิ ห้ามทำไร่หมุนเวียน

วันที่ 11 ตุลาคม กะเหรี่ยงแก่งกระจานดั้งเดิม จาก 4 ชุมชน คือ ชุมชนห้วยกระซู่ ชุมชนห้วยหินเพิง ชุมชนสาริกา ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และชุมชนป่าหมาก ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม(ทส.) เพื่อให้ทบทวน แก้ไขร่างพระราชกฤษฎีกาและระเบียบที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนกะเหรี่ยงโดยตรง โดยมี นายติกร กิตตินันท์ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบหมายมารับหนังสือ

จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. เดินทางไปยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมี นายวีระยุทธ วรรณเลิศสกุล ผู้ตรวจราชการกรม และ นายอิทธิพล ไทยกมล อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นตัวแทนที่ได้รับมอบหมายมารับหนังสือ

ตัวแทนชุมชนกะเหรี่ยงแจ้งว่า ที่เดินทางมาในวันนี้ เนื่องจากทางชุมชนเคยยื่นหนังสือให้แก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบแปลงรวมของชุมชนเพื่อทำไร่หมุนเวียนในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มาตั้งแต่ปี 2563

โดยขอให้เจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดพื้นที่การใช้ประโยชน์ทำไร่หมุนเวียนในรูปแบบแปลงรวมของชุมชนมาตั้งแต่ก่อนครบกำหนด 240 วัน ตามมาตรา 64 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562

Advertisement

และยังจัดทำข้อเสนอยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เพิ่มเติมนิยามความหมายของการจัดที่ดินในลักษณะแปลงรวมของชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมว่า ให้ถือเอาวิถีการใช้ประโยชน์ด้วยการทำไร่หมุนเวียนของชุมชนเป็นการดำรงชีพอย่างเป็นปกติธุระ ตามความในมาตรา 64 และ 65 ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และให้บัญญัติรับรองการทำไร่หมุนเวียนในลักษณะแปลงรวมของชุมชนของชนเผ่ากะเหรี่ยงที่มีระบบการบริหารจัดการที่แน่นอน และได้มีกระบวนการหารือร่วมกันระหว่างอุทยานแห่งชาติในท้องที่แต่ละแห่งกับชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมแต่ละพื้นที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของร่างระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการอยู่อาศัย และทำกินภายในอุทยานแห่งชาติเพื่อการดำรงชีพอย่างเป็นปกติธุระเพื่อจัดทำแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรองต่อไป

จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการ แต่กลับพบว่าเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติผ่านร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ….ซึ่งมีผลบังคับใช้กับอุทยานแห่งชาติ 7 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และอุทยานแห่งชาติลานสาง

โดยเนื้อหาของพระราชกฤษฎีกาที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติดังกล่าว ไม่รับรองสิทธิแปลงรวมของชุมชนในรูปแบบวิถีไร่หมุนเวียนตามที่ชุมชนเคยเสนอ

ตัวแทนชุมชนให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า หากกระทรวงฯ ยังคงไม่ได้นำเอาข้อเรียกร้องในการปรับปรุง ทบทวน แก้ไข ร่างพระราชกฤษฎีกาตามข้อเสนอที่ชุมชนเคยเสนอไว้มาบัญญัติรับรองไว้ในพระราชกฤษฎีกาและระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่กำลังจะออกใช้บังคับก็จะเป็นผลให้การทำกินตามวิถีไร่หมุนเวียนของชุมชนย่อมไม่สามารถจะกระทำได้ ผลที่จะติดตามมาคือการสูญเสียวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชนเผ่ากะเหรี่ยง ที่ทำกินด้วยการอุ้มชูดูแลความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้องถูกยกเลิกเปลี่ยนไปเป็นการทำกินแบบเกษตรเชิงเดี่ยว กระทบต่อความสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของทรัพยากรป่าไม้จะลดลง

ยิ่งกว่านั้นการให้สิทธิแก่เอกชนในการถือครองทำประโยชน์โดยไม่มีรูปแบบการทำประโยชน์ร่วมกันของชุมชนมากำกับดูแลยังจะกระตุ้นให้เกิดการขายสิทธิเปลี่ยนมือให้แก่บุคคลภายนอกชุมชน ผลเช่นนี้จะเป็นการทำให้ความสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ในเขตอุทยานต้องเสื่อมถอยลง นอกจากจะมีผลงานทางวิชาการทั้งจากภายในและต่างประเทศจำนวนมากให้ข้อมูลยืนยันสนับสนุนไว้แล้ว ในข้อนี้ชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิม ต.น้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ได้ทำการศึกษาวิจัยร่วมกับนักวิชาการเกี่ยวกับไร่หมุนเวียนกับผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม