มัดรวมข้อมูลที่ดินทั่วประเทศ ใส่ Big Data เชื่อมโยง-จัดการภาพรวม แก้ปัญหาลดเหลื่อมล้ำ

12.10.23 | 17:50 น.

มัดรวมข้อมูลที่ดินทั่วประเทศ ใส่ Big Data เชื่อมโยง-จัดการภาพรวม แก้ปัญหาลดเหลื่อมล้ำ

นายประเสริฐ ศิรินภาพร รอง ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กล่าวว่า ระบบการบริหารจัดการข้อมูลที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 10 กําหนดให้มี คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อทําหน้าที่กําหนด นโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรดินของประเทศ และมีหน้าที่และอํานาจ กํากับดูแลการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน โดยทั่วไป รวมถึงมีหน้าที่และอํานาจที่สําคัญในการประสานงานและจัดให้มี รวมถึงการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ข้อมูลสารสนเทศของที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศเพื่อการวางแผนพัฒนาการใช้ประโยชน์และการ อนุรักษ์ รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ

นายประเสริฐ กล่าวว่า ทั้งนี้เนื่องจาก หน่วยงานที่มีหน้าที่และอํานาจในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศมีอยู่ เป็นจํานวนมาก ข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศกระจัดกระจายกันอยู่ในหน่วยงานต่างๆที่มี หน้าที่รับผิดชอบดูแลข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินและทรัพยากรดินตามขอบเขตภารกิจ หน้าที่และอํานาจ รวมถึง วัตถุประสงค์การนําไปใช้ของหน่วยงาน ทําให้ขาดการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่มี ประสิทธิภาพเพียงพอ เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และ บางกรณีการจัดทําข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมีความซ้ำซ้อนและไม่สอดคล้องกัน หรือมี มาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกันทําให้ประเทศไทยขาดข้อมูลและระบบการบริหารจัดการข้อมูลที่ดิน และทรัพยากรดินของประเทศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนําไปใช้ประกอบการตัดสินใจและกําหนดนโยบายด้าน ที่ดินและทรัพยากรดินอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ

นายประเสริฐ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Platform)”  มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง หน่วยงานเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และนําไปสู่การให้บริการข้อมูลแก่ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทําให้สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คทช. มีการพัฒนาระบบบริหาร เชื่อมโยง และให้บริการข้อมูลกลางด้านที่ดินและทรัพยากรดิน ในรูปแบบระบบบริหาร จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Platform) สอดคล้องตามแผนงาน/โครงการภายใต้แผนพัฒนาศูนย์ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน พ.ศ. 2565 – 2570 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาและวางรากฐาน

Advertisement

สำหรับ เทคโนโลยี (Digital Footing) แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบข้อมูล โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถบูรณาการและให้บริการข้อมูลข้ามหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว ปลอดภัย การประมวลผลมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ เพื่อนําไปสู่การวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลที่ดินและ ทรัพยากรดินร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลมีความสอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดปัญหาการเก็บข้อมูลซ้ำซ้อน ลดภาระการลงทุนและ ค่าใช้จ่ายในระบบสารสนเทศในภาพรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนําไปสู่การให้บริการข้อมูลกลาง ด้านที่ดินและทรัพยากรดินที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

นายประเสริฐ กล่าวว่า เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานและทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล แลกเปลี่ยน และใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกัน ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลข้อมูล ภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดินในระยะแรก ซึ่งเป็นการเชื่อมโยง และรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนําข้อมูลมาจัดทําเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ด้านที่ดินและ ทรัพยากรดิน จัดทําระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในมิติต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์และเงื่อนไขที่ กําหนด เปิดบริการข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้งานข้อมูลร่วมกัน

รวมทั้งดําเนินการวิเคราะห์ข้อมูลในแบบ Descriptive Analytics, Predictive Analytics และ Prescriptive Analytics เพื่อการคาดการณ์ กําหนด นโยบายและมาตรการด้านที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ จึงเกิดบันทึกความเข้าใจ(MOU)ว่าด้วยการ ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย

สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมที่ดิน
กรมธนารักษ์ สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณก์ารเกษตร  กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

นายประเสริฐ  ยังกล่าวว่า ในระยะเริ่มต้นหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดิน และนําข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการดําเนินงานของหน่วยงานนั้นๆ ได้ และในอนาคตจะขยายผล ให้ภาคประชาชนและภาคเอกชนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศได้ อีกด้วย

“ประโยชน์จากการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน จากการเชื่อมโยงและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนําข้อมูลมาจัดทําเป็นข้อมูลขนาด ใหญ่ด้านที่ดินและทรัพยากรดิน พร้อมให้บริการข้อมูลกลางด้านที่ดินและทรัพยากรดิน เป็นการบูรณาการ ข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ รวมถึงสนับสนุนการตัดสินใจสําหรับการจัดทํานโยบาย และมาตรการทางด้านที่ดินและทรัพยากรดิน โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ มีการจัดเก็บข้อมูลจาก แหล่งต่าง ๆ นํามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน การลดความ เหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมในสังคม รวมถึงขับเคลื่อนการดําเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุ เป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการพัฒนาประเทศ ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและแผนระดับชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม”นายประเสริฐ  กล่าว