จับหนุ่มวัย 20 ร่วมแก๊งคอล เป็นสายโทรเข้าที่ 2 รับบท ‘ตำรวจ’ หลอกคนได้มากสุดเดือนละ 5 ล้าน

15.10.23 | 23:56 น.

จับได้แล้ว ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่เป็นสายโทรเข้าที่ 2 โดยแสดงตนเป็นตำรวจ มีหมายจับ 2 หมาย


เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6, พ.ต.ท.วิสิทธิ์ สายบัวทอง, พ.ต.ท.ชยุต ยอดยิ่งนาทกุล และ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ จุติวรกุล รอง ผกก.สส.บก.น.6 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 ประกอบด้วย พ.ต.ท.คชภพ คงสมบูรณ์ สว.กก.สส.บก.น.6, ร.ต.อ.ชัชวาล กิตติภัทรสกุล, ร.ต.อ.กฤตกร รอดทุกข์ รอง สว.กก.สส.บก.น.6 พร้อมชุดปฏิบัติการที่ 4

ร่วมกันจับกุม นายไชยนันท์ อายุ 20 ปี สัญชาติไทย ชาว ต.ส้มป่อย อ.โนนแดง จ.บุรีรัมย์ จำนวน 2 หมายจับ เมื่อเวลา 15.15 น.ที่ผ่านมา ได้ที่หน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพหมอชิต (จตุจักร) ก่อนนำส่ง พงส.บก.สอท.5 บช.สอท.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

1.ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2358/2565 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน”

Advertisement

2.ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ จ.167/2565 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันฟอกเงิน”

พฤติการณ์แห่งคดี กล่าวคือ ผู้ต้องหาได้รับการติดต่อจากเพื่อนให้ไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ จ.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา เดินทางโดยใช้เส้นทางธรรมชาติ ต้องเสียค่าเข้า 3,500 บาท ต่อการผ่านแดน 1 ครั้ง ซึ่งมีนายหน้าเป็นชายชาวกัมพูชาพาข้าม ก่อนที่ผู้ต้องหาทำหน้าที่คอลเซ็นเตอร์จะต้องฝึกเขียนสคริปต์เพื่อได้รู้วิธีการหลอก เมื่อเริ่มชำนาญจึงได้ทำหน้าที่เป็นสายโทรเข้าที่ 2 โดยแสดงตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แต่ละวันมีสายติดต่อผู้ต้องหาประมาณวันละ 10 สาย ผู้ต้องหาได้ค่าจ้างประมาณ 30,000 บาท โดยรายได้ที่ได้จากการหลอกผู้เสียหายจะหัก 20% เพื่อเป็นค่าดูแลบัญชีม้า และได้รับค่าคอมมิชชั่น 3% จากการหักให้บัญชีม้า เดือนที่ผู้ต้องหาทำยอดได้สูงสุดต่อเดือน 5 ล้านบาท

โดยขั้นตอนการหลอกเหยื่อ ดังนี้

1.สายที่ 1 จะได้เบอร์จากการยิงแอดเพื่อหาข้อมูลผู้เสียหาย เมื่อได้เบอร์มาแล้วจะทำการโทรไปหลอกผู้เสียหาย โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขนส่งสินค้าข้ามประเทศ

2.ระบบจะโอนสายมายังสายที่ 2 ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อยเวรประจำ สภ. อ้างว่ารับคดีออนไลน์ และคุยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหาย เลขบัญชีที่ถืออยู่

3.โดยสายที่ 3 จะทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสารวัตรขึ้นไป โดยขู่ให้โอนเงินมาเพื่อตรวจสอบ ถ้าไม่โอนจะอายัดบัญชี และจะต้องโทษตามกฎหมาย

ผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์มาแล้วปีกว่าๆ จนกระทั่งถูกจับกุม โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีชายชาวจีนชื่อ มิงตู้ เป็นเจ้าของคนดูแล