วันที่ 11 มกราคม นายสัมฤทธิ์ กิตติโชติ สุขสงค์ นายอำเภอกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากนายธวัชชัย ศรีขัดเค้า กำนันตำบลหลักเมือง นายวัฒนา นาสมหมาย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 บ้านเล้า ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ว่าได้พบใบเสมาโบราณที่บ้านเล้า ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ จึงได้เข้าไปตรวจสอบที่วัดชัยศรีบ้านเล้าฯ ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาดูอย่างไม่ขาดสาย โดยนายสัมฤทธิ์ นอภ.กมลาไสยได้นำชาวบ้านสรงน้ำทำความสะอาดใบเสมา ก่อนจะลงพื้นที่พร้อมชาวบ้านไปดูจุดที่ค้นพบที่ถูกปล่อยว่างไว้
นายวัฒนากล่าวว่า หลังทราบว่ามีการพบใบเสมา จึงระดมชาวบ้านเคลื่อนย้ายโดยใช้ชายฉกรรจ์ถึง 7 คนก็ไม่สามารถยกขึ้นได้ ต้องใช้รถไถช่วยในการเคลื่อนย้ายและได้ร่วมกับชาวบ้านนำใบเสมาที่มีขนาดใหญ่สูงประมาณ 170 ซม. กว้างประมาณ 70-80 ซม. และมีความหนาประมาณ 20 ซม. ด้านหน้าใบเสมามีภาพจำหลักนูนต่ำ ด้านซ้ายเป็นภาพคนทรงเครื่องมีชฎา มีความอ่อนช้อยสวยงาม ดูไม่ชัดว่าเป็นภาพบุรุษหรือสตรีอยู่ในลักษณะคล้ายการร่ายรำ อีกด้านเป็นภาพคนไม่มีศีรษะที่คาดว่าน่าจะเลือนหายไปตามกาลเวลา อยู่ในลักษณะคล้ายการตบมือหรือพนมมือ ด้านหลังไม่พบว่ามีภาพจำหลักหรือข้อความใดๆ โดยชาวบ้านได้นำใบเสมาวางตั้งไว้ใช้ปูนโอบเป็นฐานยึดเพื่อป้องกันการเคลื่อนย้าย อยู่ข้างพระประธานพระพุทธมิ่งมงคลมหาโชคชัย กลางวัดชัยศรีบ้านเล้า หลังได้พบตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2559 บริเวณแปลงนาของนางทิพันธ์ วันชูพริ้ง อายุ 63 ปี ที่นาท้ายหมู่บ้าน และเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นที่อาถรรพ์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการพบใบเสมามาก่อน 2 ชิ้น และกรุพระเครื่องสมัยทวารวดี มีคนพยายามเข้าไปขุดแต่ก็เสียชีวิตอย่างปริศนามาแล้วถึง 3 ราย
ด้านนางทิพันธ์ เจ้าของแปลงนา ระบุว่า ก่อนการพบใบเสมาที่นาได้ฝันถึงมารดาที่เสียชีวิตไป ได้มาบอกกล่าวว่าให้ไปเอาของดีอยู่ที่นา ตื่นเช้ามาเลยให้ลูกชายมาไถที่นา โดยบอกให้ลูกชายอย่าไถแรง กระทั่งก็พบใบเสมาที่อยู่ลึกประมาณ 50 ซม. จึงได้แจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านและนำขึ้นไปไว้ที่วัด ก่อนหน้านี้ที่นาของตนเองได้พบใบเสมาแล้ว 2 ชิ้น แต่ไม่มีลวดลายก็ได้นำมาไว้ที่วัดแห่งนี้ โดยที่ผ่านมามีคนทราบข่าวได้พยายามเข้าไปขุดหาของดีแต่ไม่พบสักครั้ง และไม่นานคนเหล่านั้นก็เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุถึง 3 ราย โดยเสียชีวิตในที่นา 2 ราย และเสียชีวิตที่บ้านอีก 1 ราย ซึ่งหลังจากการพบใบเสมาจุดล่าสุดก็ได้ปล่อยว่างไว้ยังไม่ดำเนินการปลูกพืชใดๆ แต่ตอนนี้รู้สึกดีใจมากที่เจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ของตัวเอง ที่นอกจากนั้นก็ยังได้เอาไปไว้ที่วัดให้คนกราบไหว้ เพราะเชื่อว่าของแบบนี้ต้องอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เอามาเป็นของตัวเองไม่ได้

ขณะที่นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า ใบเสมาที่เห็นเป็นใบเสมาหินทราย มีการจำหลักภาพที่ไม่เคยพบมาก่อน แตกต่างจากที่พบที่บริเวณบ้านเล้า และที่บริเวณเมืองฟ้าแดดสงยางอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบว่าใบเสมาอยู่ในลักษณะที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีความสวยงามตามแบบวัตถุโบราณ โดยเฉพาะภาพจำหลักมีความอ่อนช้อยสวยงาม สื่อถึงความประณีตในการสร้างใบเสมาเมื่อครั้งอดีตกาล โดยจุดที่พบห่างจากพระธาตุยาคูจุดเมืองโบราณสมัยทวารวดีถึง 4-5 กม. อาจเป็นไปได้ที่จะเป็นเมืองบริวาร อย่างไรก็ตามจะได้ทำเรื่องไปยังกรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ ให้ชาวบ้านได้รู้เรื่องราวของใบเสมาที่พบล่าสุด เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีอายุคราวเดียวกับใบเสมาที่พบที่บ้านเสมาประมาณ 1,500 ปี แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอการตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน โดยฝากให้ประชาชนได้ช่วยสอดส่องดูแลวัตถุโบราณของมีค่าที่พบในพื้นที่ของตนเอง
สำหรับการค้นพบใบเสมาหินทรายในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ มีการค้นพบล่าสุดเมื่อปี 2553 หลังจากนั้นก็ไม่มีการค้นพบอีก จนกระทั่งมีการพบใบเสมาชิ้นล่าสุดที่บ้านเล้า ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เป็นใบเสมาหินทรายขนาดใหญ่ โดยบริเวณบ้านเล้าได้มีการพบใบเสมาจำนวนมาก แต่ไม่มีภาพจำหลัก โดยใบเสมาชิ้นล่าสุดนับว่าเป็นใบเสมาที่แปลกและไม่เคยพบมาก่อนในพื้นที่บ้านเล้า ทั้งนี้ ชาวบ้านมีความตั้งใจจะนำใบเสมาที่พบบริเวณบ้านเล้าทั้งหมดจำนวนมาก มาไว้ที่วัดชัยศรีบ้านเล้า โดยจะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งต่อไป

