เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่สน.เพชรเกษม พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9(ผบก.น.9) พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด ,พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง รอง ผบก.น.9 ร่วมพิธีทำบุญสน. และเปิดศูนย์ปฎิบัติการควบคุมสั่งการ ( CCOC ) โดยมี พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.อ.ธีระ พ.ต.ท.ยุติธรรม มหานิล รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด สน.เพชรเกษม บก.น.9 และคณะ กต.ตร.สน.เพชรเกษม ร่วมพิธี
โดยนิมนต์พระพรหมบัณฑิต กรรมการเถระสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร พร้อมคณะสงฆ์ 9 รูปเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล
ต่อมา พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ เป็นประธานเปิดศูนย์ฯ(CCOC) โดยพระพรหมบัณฑิต ทำพิธีเจิมประตูทางเข้าศูนย์ฯ พร้อมกับชมการสาธิตวิธีใช้งานในระบบกล้องวงจรปิดของศูนย์ปฎิบัติการ ในการติดตามคนร้าย ทาง พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ กล่าวว่าศูนย์ดังกล่าวเป็นแนวคิดของทาง พ.ต.อ.ปราโมทย์ มีการหารือกับทาง พ.ต.อ.ธีระชัย รับผิดชอบงานสืบสวน โดยได้รับความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งราชการและเอกชน คณะ กต.ตร. ในการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ส่วนศูนย์ปฎิบัติการสามารถนำไปใช้กับงานสืบสวน งานจราจร หวังว่าจะเป็น สน.นำร่องในการดำเนินงานให้กับสน.และบก.อื่นๆ ซึ่งในส่วน กก.สส.บก.น. 9 มีทำไว้ใช้เฉพาะงานสืบสวนจึงกำชับให้เป็นหน่วยงานที่ต้องคอยสนับสนุนทุกสน.ใน บก.น.9 การติดตามคนร้าย โดยภาพรวมถือเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี
ด้าน พ.ต.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่าเล็งเห็นถึงความสำคัญ ความพร้อมการปราบอาชญากรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายผู้ก่อเหตุมาลงโทษ ตามหลักการสืบสวนได้รับการปลูกฝังจาก พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ว่าหน้างานสืบสวนมีสิ่งที่นักสืบต้องเตรียมความพร้อม 4 อย่างคือ 1.เครื่องมือสืบสวน 2.การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและการรวบรวมพยานหลักฐาน 3. เทคโนโลยีและโทรคมนาคม 4. นิติวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะการสร้างเครื่องมือสืบสวนล่วงหน้า ให้พร้อมมีความสำคัญมาก เครื่องมือสืบสวนล่วงหน้าสำหรับงานสืบสวนคือกล้องวงจรปิด ถือว่าตอบโจทย์ดีมี่สุด ที่ทำให้ชี้ชัดถึงตัวคนร้าย ไล่ตั้งแต่การมาดูลาดเลา ขณะก่อเหตุและเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุ ท้ายที่สุดเมื่อจับกลุ่มคนร้ายก็ยากที่จะปฏิเสธและศาลมักจะลงโทษได้อย่างสิ้นข้อสงสัย นอกจากนี้สมัยที่ตนเป็นสารวัตรสืบสวน สน. บุปผาราม ก็เคยทำโครงการนี้มาแล้วขณะนั้นเป็นต้นแบบให้กับสน.และหน่วยงานอื่นๆมาศึกษาดูงาน
พ.ต.อ.ปราโมทย์ กล่าวอีกว่าสำหรับศูนย์CCOC มีการติดระบบที่เกี่ยวข้องกับงานสืบสวน หลายระบบหน้าที่ระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ CRIMES , ระบบกล้องโทรทรรศน์วงจรปิด CCTV ตามโครงการพัฒนาศักยภาพงานสืบสวน ตร. 24,239 ตัว, กล้องระบบกล้องโทรทรรศน์วงจรปิด CCTV กทม. 62,906 ตัว, กล้องวงจรปิดของหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งรวมทั้งหมด มีจำนวนกว่าหนึ่งแสนตัว ระบบข้อมูลข่าวสารงานสืบสวน Big Data , แบบซักถามบุคคลเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ระบบ Police 4.0, ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ บช.ปส., รวมถึงระบบไบโอเมตริกซ์ สืบค้นข้อมูล ลายพิมพ์นิ้วมือและถ่ายภาพใบหน้าของ สตม. ซึ่งระบบต่างๆล้วน มีความจำเป็น ในการใช้สืบสวนติดตาม นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อไปถึงจังหวัดข้างเคียงเพื่อติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยศูนย์ฯดังกล่าวพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกโรงพัก หรือหน่วยงาน ที่ต้องการเข้ามาขอดูข้อมูลในการตรวจสอบติดตามจับกุมคนร้ายได้ตลอดเวลาอีกด้วย

