กรณีมีการร้องเรียนภายในกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เรื่องการจัดซื้อ จัดจ้างรถบรรทุกขนาด 1 ตัน จำนวน 220 คัน ในวงเงิน 179 ล้านบาท โดยหนังสือร้องเรียนระบุว่า ทส.มีการรับเงินในการจัดซื้อรถของกรมอุทยานฯโดยเรียกบริษัทรถมาต่อรองเรื่องกำหนดสเป็คเพิ่มเติม เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัท โดยบริษัทจะต้องจ่ายเงินให้คันละ 40,000 บาท เป็นเงินประมาณเกือบ 10 ล้าน โดยอ้างว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปให้ผู้ใหญ่นั้น
วันที่ 11 มกราคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า โครงการซื้อรถบรรทุกขนาด 1 ตันจำนวน 220 คันนั้นเกิดขึ้นปี 2559 ทำตามการร้องขอ ของพื้นที่ ที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน ซึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อย รถก็ส่งมอบให้แต่ละพื้นที่ไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องที่มีการร้องเรียนนั้น กรมอุทยานได้ทำหนังสือพร้อมเอกสารชี้แจงไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าโครงการนี้ไม่สามารถเรียกบริษัทขายรถบริษัทหนึ่งบริษัทใดมาต่อรองเป็นการเฉพาะได้ เพราะโครงการไม่ได้ใช้วิธีการเร่งด่วน หรือขั้นตอนพิเศษเนื่องจากงบประมาณค่อนข้างสูง จึงประกาศประมูลราคาตามระเบียบราชการปกติ มีบริษัทที่เสนอราคาประกวดทั้งหมด 3 บริษัท โดยบริษัทที่ได้รับโครงการคือบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด
“วงเงินงบประมาณที่ได้รับมาสำหรับโครงการนี้คือ 180 ล้าน 8 แสนบาท แต่เมื่อดำเนินการตามขั้นตอนประกวดราคา บริษัทที่ชนะการประกวดนั้นใช้เงินแค่ 179 ล้านบาทกว่าๆเท่านั้น ประหยัดงบประมาณไปกว่า 8 แสนบาท ทีเดียว”นายธัญญา กล่าว
เมื่อถามว่าตัวเลขที่มีการร้องเรียนว่า ต้องเก็บจากบริษัทรถดังกล่าวคันละ 40,000 บาท เป็นจริงหรือไม่ นายธัญญา กล่าวว่า ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีบริษัทใดยอมแน่นอน และก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครรู้ว่า 1 ใน 3 บริษัทที่ชนะการประมูลนั้นคือบริษัทใด ตนก็ไม่ทราบว่า คนที่ร้องเรียนไปเอาตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน และยืนยันว่า โครงการนี้ไม่มีการมีนอกมีในอย่างที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าคนที่เอาเรื่องนี้มาพูดมีจุดประสงค์ใด เพราะมีการร้องเรียนเรื่องนี้ตั้งแต่ประมาณกลางปี 2559 และมีการชี้แจงเรื่องทั้งหมดไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

