หน้าแรก ในประเทศ ราวกับฝันร้าย...

ราวกับฝันร้าย! กรุงชิงหลังท่วมพังราบคล้ายมหาอุทกภัยปี31 เร่งหาหญิงวัย46ถูกน้ำพัดหาย

11.01.17 | 17:45 น.

วันที่ 11 มกราคม นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายวิชวุทย์ จินโต รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ไปตรวจดูภารกิจการส่งถุงยังชีพทางอากาศช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกองบิน 7 โดยใช้อากาศยานขึ้นสำรวจในพื้นที่ที่รถยนต์และเรือไม่สามารถเข้าถึง และจัดส่งเฮลิคอปเตอร์บรรทุกถุงยังชีพบินไปหย่อนทางอากาศลงจุดจ่ายแก่ผู้ประสบภัย

ด้าน พ.อ.พิสุทธิ์ มณฑานุช ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 นำกำลัง 20 นายค้นหานางนงเยาว์ คาน อายุ 46 ปี ภรรยานายสุมิตร คาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสงที่ถูกน้ำป่าพัดหายไปพร้อมรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ที่บริเวณหัวสะพานหน้าหน่วยป่าไม้คลองสวนหนัง ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. พบแต่รถยนต์อยู่ในคลองห่างจากสะพาน 3 กิโลเมตร ยังหาไม่พบตัว

201701111709535-20021028190419

ขณะที่นายวิชวุทย์ จินโต รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานีไปดูประชาชนทำสะพานไม้ข้ามชั่วคราว บริเวณบ้านบางปาน หมู่ 1 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี หลังถนนถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรได้

วันเดียวกัน นายธรรมรงค์ มณีโชติ นายก อบต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ได้นำชาวบ้านชุดแรกเดินเท้าข้ามสะพานบ้านห้วยหอย เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่บ้านห้วยหอย หมู่ 10 ต.คลองสระ กับพื้นที่บ้านหน้าเขาล่าง หมู่ 7 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เข้าไปเยี่ยมชาวบ้าน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ

Advertisement

201701111709533-20021028190419

ทั้งนี้จากการสำรวจ สภาพความเสียหายกระจายกินพื้นที่เป็นวงกว้างประมาณ 100 ไร่ เหมือนเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2531 โดยบ้านหน้าเขาล่างไม่เหลือสภาพหมู่บ้านเดิม มีบ้านพังเสียหายประมาณ 10 หลังคาเรือน ถนนภายในหมู่บ้านถูกทรายทับถมสูง และไม้ซุงขนาดใหญ่ไหลมากองจำนวนมาก รวมทั้งซากต้นไม้ที่ถูกน้ำป่าพัดล้มทั้งต้นล้มระเนระนาด และเสาไฟฟ้าจมใต้พื้นทรายอีกหลายสิบต้น ซึ่งยังไม่สามารถฟื้นฟูสภาพพื้นที่ได้

201701111709451-20021028190419

นายสุนทร โจมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ กล่าวว่า น้ำป่าไหลมารุนแรงมากจนตั้งตัวไม่ทันและไม่เคยเห็นความรุนแรงมาก่อนในรอบกว่า 50 ปี โดยพื้นที่ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงทันทีตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. คณะของนายธรรมรงค์ถือเป็นชุดแรกที่เดินทางเข้ามาได้ ซึ่งดีใจที่มีเพื่อนบ้านฝั่งสุราษฎร์ธานีมาดูแลและจะได้หาแนวทางช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป อย่างไรก็ตามจะต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่มาช่วย เนื่องจากสภาพทั้งหมู่บ้านแปรสภาพเป็นดินทรายและรากไม้จำนวนมาก