หน้าแรก ในประเทศ ชาวกะเหรี่ยง5...

ชาวกะเหรี่ยง50คนสวมชุดปกากะญอสักการะพระบรมศพ ทรงสร้างอ่างเก็บน้ำทำให้อยู่ดีกินดี

11.01.17 | 17:57 น.

เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงบ่ายจรดเย็นว่า ประชาชนยังคงเดินทางมาสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะชาวกะเหรี่ยงพื้นราบจาก ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ รวมตัวกันเดินทางมาด้วยรถโดยสารประจำทาง จำนวน 50 คน สวมชุดปกากะญออย่างสวยงาม


นายอินทร์โสม ขวาคำ อายุ 35 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกร ทำนาทำไร่ เปิดเผยว่า เดินทางมาถึงสนามหลวงเมื่อประมาณเวลา 02.00 น. และได้เข้ากราบพระบรมศพในช่วงบ่ายวันนี้ แม้ว่าสภาพอากาศจะมีทั้งฝนและแดดร้อน แต่พวกเราไม่ท้อแท้ บางคนมาเป็นครั้งที่ 3 โดยตนมาครั้งแรกเป็นความรู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก ได้กราบพระองค์ใกล้ๆ ก็รู้สึกอุ่นใจ เราอยู่ดีกินดีได้ในปัจจุบันเพราะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ ที่ทรงสร้างอ่างเก็บน้ำให้พวกเราทำมาหากินได้ตลอดจนลูกหลาน ทั้งนี้ หากมีโอกาสอยากจะกราบสักการะอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงพระองค์

นานอินทร์โสม ขวาคำ (ภาพล่าง)
อินทร์โสม ขวาคำ

นางตำหนิ เนตรนิมิตร แม่ค้า วัย 66 ปี เดินทางมาพร้อมกับคณะเทศบาลตำบลจรเข้สามพัน จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า มารอกราบสักการะพระบรมศพที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่ตี 2 เมื่อได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตฯ รู้สึกตื่นเต้นมาก พร้อมตั้งจิตอธิษฐานบอกให้พระองค์ช่วยปกป้องบ้านเมืองให้สงบ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข

“เมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระชนม์ชีพ แม้จะไม่เคยรับเสด็จพระองค์เลยสักครั้ง แต่ก็เห็นพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยมาตลอด อย่างที่สุพรรณฯ พระองค์มีพระราชดำริให้สร้างฝายเพื่อชะลอน้ำไว้ในการเกษตร จะได้มีน้ำใช้พอเพียงตลอดทั้งปี ทั้งยังนำไปทำเป็นน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภคด้วย วันนี้ได้มีโอกาสมากราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศรู้สึกดีใจมากจึงตระเตรียมชุดมาอย่างเต็มที่เพื่อให้สมพระเกียรติพระองค์” นางตำหนิกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

Advertisement
นางตำหนิ เนตรนิมิตร (แถวหน้าคนกลาง)
ตำหนิ เนตรนิมิตร (แถวหน้าคนกลาง)

นางกิ่งแก้ว กรมเมือง อายุ 64 ปี มาพร้อมกับลูกชาย นายพันธาวุฒิ ภูครองจิต วัย 31 ปี เล่าว่า ตัวเองเดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น ด้วยความที่อยากกราบพระบรมศพมาก จึงเดินทางมาหาลูกชายที่บ้านพักใน กทม.เพื่อให้พามาที่สนามหลวง

“ลูกชายป้าพามาต่อแถวรอเข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 03.00 น. ตั้งใจมากที่จะมากราบส่งพระองค์สู่สวรรคาลัย ดิฉันดำเนินรอยตามคำสอนของพระองค์มาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายที่จะสอนลูกชายทั้ง 2 คนให้รู้จักแยกการใช้เงินให้เป็นหมวดหมู่ และจะต้องเหลือเก็บออมด้วย สอนพวกเขามาตั้งแต่เด็กๆ ทุกวันนี้เขาจึงมีวินัยในเรื่องนี้มาก” นางกิ่งแก้วกล่าว

นางกิ่งแก้ว กรมเมือง-นายพันธาวุฒิ ภูครองจิต
กิ่งแก้ว กรมเมือง-พันธาวุฒิ ภูครองจิต

นางปวีณา ก่อเศรษฐรัชต์ แม่บ้านวัย 50 ปี เดินทางมาจากบ้านพักย่านฝั่งธนฯ พร้อมกับเพื่อนๆ รวม 7 คน กล่าวว่า นัดแนะกับเพื่อนมากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก โดยเดินทางมารอตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง กระทั่งได้ขึ้นไปกราบตอน 10 โมงเช้า

“นัดแนะกับเพื่อนมาหลายครั้งแล้ว และเตรียมซื้อชุดไว้พร้อมเพื่อให้สมพระเกียรติพระองค์ท่าน แต่เพิ่งมาลงตัววันนี้ ตอนที่ขึ้นไปกราบเบื้องหน้าพระบรมศพพวกเราทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงงานหนัก พร้อมทั้งริเริ่มโครงการต่างๆ มากมายเพื่อให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในฐานะพสกนิกรของพระองค์จึงได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในชีวิตตลอดมา อย่างตัวเองจะเน้นในเรื่องของการมองคนอย่างมีเมตตา และจะช่วยเหลือแบ่งปันทุกครั้งที่มีโอกาสด้วย” นางปวีณากล่าว

นางปวีณา ก่อเศรษฐรัชต์ (ที่สองจากซ้าย) พร้อมเพื่อน
ปวีณา ก่อเศรษฐรัชต์ (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมเพื่อน