เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงบ่ายจรดเย็นว่า ประชาชนยังคงเดินทางมาสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะชาวกะเหรี่ยงพื้นราบจาก ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ รวมตัวกันเดินทางมาด้วยรถโดยสารประจำทาง จำนวน 50 คน สวมชุดปกากะญออย่างสวยงาม
นายอินทร์โสม ขวาคำ อายุ 35 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกร ทำนาทำไร่ เปิดเผยว่า เดินทางมาถึงสนามหลวงเมื่อประมาณเวลา 02.00 น. และได้เข้ากราบพระบรมศพในช่วงบ่ายวันนี้ แม้ว่าสภาพอากาศจะมีทั้งฝนและแดดร้อน แต่พวกเราไม่ท้อแท้ บางคนมาเป็นครั้งที่ 3 โดยตนมาครั้งแรกเป็นความรู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก ได้กราบพระองค์ใกล้ๆ ก็รู้สึกอุ่นใจ เราอยู่ดีกินดีได้ในปัจจุบันเพราะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ ที่ทรงสร้างอ่างเก็บน้ำให้พวกเราทำมาหากินได้ตลอดจนลูกหลาน ทั้งนี้ หากมีโอกาสอยากจะกราบสักการะอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงพระองค์

นางตำหนิ เนตรนิมิตร แม่ค้า วัย 66 ปี เดินทางมาพร้อมกับคณะเทศบาลตำบลจรเข้สามพัน จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า มารอกราบสักการะพระบรมศพที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่ตี 2 เมื่อได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตฯ รู้สึกตื่นเต้นมาก พร้อมตั้งจิตอธิษฐานบอกให้พระองค์ช่วยปกป้องบ้านเมืองให้สงบ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข
“เมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระชนม์ชีพ แม้จะไม่เคยรับเสด็จพระองค์เลยสักครั้ง แต่ก็เห็นพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยมาตลอด อย่างที่สุพรรณฯ พระองค์มีพระราชดำริให้สร้างฝายเพื่อชะลอน้ำไว้ในการเกษตร จะได้มีน้ำใช้พอเพียงตลอดทั้งปี ทั้งยังนำไปทำเป็นน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภคด้วย วันนี้ได้มีโอกาสมากราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศรู้สึกดีใจมากจึงตระเตรียมชุดมาอย่างเต็มที่เพื่อให้สมพระเกียรติพระองค์” นางตำหนิกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นางกิ่งแก้ว กรมเมือง อายุ 64 ปี มาพร้อมกับลูกชาย นายพันธาวุฒิ ภูครองจิต วัย 31 ปี เล่าว่า ตัวเองเดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น ด้วยความที่อยากกราบพระบรมศพมาก จึงเดินทางมาหาลูกชายที่บ้านพักใน กทม.เพื่อให้พามาที่สนามหลวง
“ลูกชายป้าพามาต่อแถวรอเข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 03.00 น. ตั้งใจมากที่จะมากราบส่งพระองค์สู่สวรรคาลัย ดิฉันดำเนินรอยตามคำสอนของพระองค์มาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายที่จะสอนลูกชายทั้ง 2 คนให้รู้จักแยกการใช้เงินให้เป็นหมวดหมู่ และจะต้องเหลือเก็บออมด้วย สอนพวกเขามาตั้งแต่เด็กๆ ทุกวันนี้เขาจึงมีวินัยในเรื่องนี้มาก” นางกิ่งแก้วกล่าว

นางปวีณา ก่อเศรษฐรัชต์ แม่บ้านวัย 50 ปี เดินทางมาจากบ้านพักย่านฝั่งธนฯ พร้อมกับเพื่อนๆ รวม 7 คน กล่าวว่า นัดแนะกับเพื่อนมากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก โดยเดินทางมารอตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง กระทั่งได้ขึ้นไปกราบตอน 10 โมงเช้า
“นัดแนะกับเพื่อนมาหลายครั้งแล้ว และเตรียมซื้อชุดไว้พร้อมเพื่อให้สมพระเกียรติพระองค์ท่าน แต่เพิ่งมาลงตัววันนี้ ตอนที่ขึ้นไปกราบเบื้องหน้าพระบรมศพพวกเราทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงงานหนัก พร้อมทั้งริเริ่มโครงการต่างๆ มากมายเพื่อให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในฐานะพสกนิกรของพระองค์จึงได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในชีวิตตลอดมา อย่างตัวเองจะเน้นในเรื่องของการมองคนอย่างมีเมตตา และจะช่วยเหลือแบ่งปันทุกครั้งที่มีโอกาสด้วย” นางปวีณากล่าว


