หมอชี้ ความดันโลหิตสูง เป็น ฆาตกรเงียบ คนไทย 14 ล้านคนป่วย มี 7 ล้านคน ไม่รู้ตัว
วันที่ 21 ตุลาคม นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุรแพทย์โรคหัวใจ นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ เปิดเผยกับ มติชนออนไลน์ ว่า ขณะนี้ สถิติล่าสุดพบว่า คนไทย 14 ล้านคน เป็นโรคความดันโลหิตสูง ในจำนวนนี้ 7 ล้านคน ที่ไม่ยอมมาทำการรักษา ซึ่งถือว่า มีความเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง โดยเฉพาะ โรคหัวใจ ไตวานเรื้อรัง โรคเส้นเลือดในสมองตีบ หรืออาจจะแตกได้
นพ.ฆนัท กล่าวว่า ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือ การมีความดันโลหิตค่าบนสูงเกินกว่า 140 มม.ปรอท คือ ค่าล่างสูงกว่า 90 มม.ปรอท ซึ่งโรคนี้อาจถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม แต่เนื่องจากในระยะแรก ภาวะความดันโลหิตสูง จะไม่มีอาการ เมื่อความดันโลหิตสูงอยู่ในระยะเวลานาน 5-10 ปี จะเริ่มมีอาการต่างๆ เกิดขึ้น
ดังนั้น ภาวะความดันโลหิตสูงจะเปรียบได้กลับ “ฆาตกรเงียบ” ที่จะบั่นทอนสุขภาพทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ อัมพาต อัมพฤกษ์ ภาวะไตเสื่อมและโรคหัวใจ สูงกว่าปกติ 3-6 เท่า
“ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนมากมักจะไม่แสดงอาการ แต่หากความดันโลหิตสูงมากๆ อาจจะมีอาการ เวียนศีรษะ หรือปวดศีรษะ หน้ามืด เป็นลมหมดสติ ใจสั่น หรือตาพร่ามัว ซึ่ง วิธีป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ให้งดรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดความอ้วน ออกกำลังกาย และ วัดความดันโลหิตสม่ำเสมอ” นพ.ฆนัท กล่าว
อายุรแพทย์ทางด้านโรคหัวใจ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คนที่มีอาการความดันโลหิตสูงที่มีอาการไม่มาก ไม่จำเป็นต้องกินยาเสมอไป หากมีการควบคุมอาหาร ประเภทอาหารรสเค็ม หรือลดน้ำหนักตัวเองลงมาได้ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ปรับพฤติกรรมไม่ได้ แพทย์จึงต้องจ่ายยาให้รับประทาน
เมื่อถาม กรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สั่งเรียกคืนยารักษาโรคความดันโลหิตสูง “เออบีซาแทน” (Irbesartan) ที่จำหน่ายจากบริษัทผู้ผลิต เนื่องจากยาบางรุ่นการผลิต พบการปนเปื้อนสารที่อาจก่อมะเร็งเอแซดบีทีในวัตถุดิบที่ใช้ผลิตยา เกินเกณฑ์สากลที่ยอมรับ โดยพบว่าในไทยมีอยู่ 42 รุ่นการผลิต จาก 5 บริษัท นั้น คนที่รับประทานเข้าไปแล้วระยะหนึ่ง จะมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ต่อการเป็นมะเร็ง นพ.ฆนัท กล่าวว่า ถือว่ามีความเสี่ยง แต่ยังบอกไม่ได้ว่า เสี่ยงมากแค่ไหน ผู้ป่วยที่ใช้ยาเออบีซาแทนเพื่อรักษาโรคความดันโลหิตสูง ไม่ควรหยุดยาทันทีเนื่องจากยารักษาโรคความดันโลหิตสูงเป็นยาที่จำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง และขอให้ตรวจสอบยาที่ใช้อยู่ หากพบว่าเป็นรุ่นการผลิตที่เรียกเก็บคืน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และขอเน้นย้ำว่าผู้ป่วยยังคงสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ยาเออบีซาแทนยี่ห้อเดิมในรุ่นการผลิตอื่นที่ไม่มีการปนเปื้อนได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตะลึงยาความดันก่อมะเร็ง 8 พันกล่อง กระจาย 19 รพ.เร่งหาตัวคนไข้ที่รับไปแล้ว

