จับอาจารย์เต้ย อดีตนักปั้น “ท็อป โมเดล ไทยแลนด์ 2022” หลอกขายฝันเหยื่อสูญกว่า 10 ล้าน

22.10.23 | 12:25 น.

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พีรบูรณ์ แก้วดู พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.1 พ.ต.ต.กฤตวัฒน์ ขุนอินทร์ สว.กก.สส.1ฯ ร.ต.อ.ปรัชญา โคตรสาขา รอง สว.กก.สส.1ฯ ด.ต.มานพ มากบุญ พร้อมชุดลาดตระเวนออนไลน์จับกุม นายจรุงศักดิ์ พุ่มพวง อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยจับผู้ต้องหาได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 333/108 หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางพลี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา


พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รอง ผบ.ตร. เร่งรัดปราบปราม จับกุม กลุ่มบุคคลหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนรวมถึงกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงที่ขายความฝันและโอกาสให้แก่เด็กที่อยากจะเข้าสู่วงการบันเทิง หลอกลวงให้ผู้ปกครองที่สนใจให้สมัครและอ้างว่าสามารถที่จะนำพาเด็กประกวดเดินแบบและถ่ายแบบทั้งในไทยและต่างประเทศ โอนเงินให้แก่ทางกลุ่มบุคคลดังกล่าวจำนวนรายละกว่า 100,000-200,000 บาท อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนความผิดหวังให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีความฝัน

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า ต่อมาชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาลรับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้ปกครองที่ตกเป็นเหยื่อในพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครจำนวนหลายรายว่า มีอดีตนักปั้นซึ่งเป็นที่รู้จักในยุคปี 2562 เปิดเพจเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “Top model 2022” ในสื่อสังคมออนไลน์ ชักชวนให้ผู้ปกครองที่สนใจนำบุตรหลานเข้าสมัครประกวดการเดินแบบและถ่ายภาพ เพื่อเป็นบันไดเข้าสู่วงการบันเทิง โดยหลอกลวงให้ผู้ปกครองโอนเงิน ค่าใช้จ่ายในการสมัคร และค่าเดินทางไปเดินแบบและถ่ายแบบ ทั้งในและต่างประเทศเข้าบัญชีธนาคารของตน แต่พอถึงกำหนดนัดหมายก็มิได้เป็นไปตามข้อตกลงที่ให้ไว้จนมีกลุ่มผู้ปกครองจำนวนหลายสิบรายได้รับความเสียหาย รวมมูลค่ากว่าสิบล้านบาท

ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า ตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ถูกจับกุมพบว่า ผู้ถูกจับมีหมายจับค้างเก่าเพิ่มเติม 1 หมายจับของศาลอาญา ที่ จ.3123/2566 ลงวันที่ 19 กันยายน 2566 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหาย 3 รายตกเป็นเหยื่อได้รับความเสียหายมูลค่ากว่า 350,000 บาท และพบมีผู้ปกครองผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนหลายรายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและพวก พื้นที่ สน.มักกะสัน อีกจำนวนหนึ่ง

Advertisement

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า สอบถามผู้ถูกจับให้การภาคเสธ รับว่าเปิดบริษัทท็อปโมเดล (ไทยแลนด์) จำกัด จริง ในฐานะกรรมการผู้จัดการ และเปิดเฟซบุ๊กชื่อว่า “Top model 2022” ในลักษณะสาธารณะ พร้อมประกาศข้อความชักชวนว่ารับสมัครประกวดเดินแบบเด็กและเยาวชนเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง โดยมีการเสียค่าสมัครแรกเข้าประกวดเดินแบบ จากนั้นติดต่อพูดคุยกับผู้ปกครองว่ามีงานเทรนนิ่งเดินแบบและมีงานประกวดเดินแบบ ทั้งในและต่างประเทศ หากผู้ปกครองท่านใดสนใจ จะต้องโอนเงินค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง ในการเดินแบบ ให้ทางบริษัทก่อน โดยอ้างว่าทางผู้ปกครองจะได้รับเงินค่าจ้างในการเดินแบบหลังจากเสร็จงาน แต่ผู้ถูกจับอ้างว่าเกิดปัญหาและข้อขัดข้องในการติดต่อประสานงานในเรื่องเดินทาง และกับทางเจ้าภาพผู้จัดการประกวดเนื่องจากเป็นช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงไม่สามารถนำเด็กและผู้ปกครองไปเข้าร่วมการประกวดดังกล่าวตามที่สัญญาได้ จนเป็นเหตุให้บริษัทของตนเกิดปัญหาทางการเงินและได้ปิดตัวลงในช่วงปลายปี 2565 จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาเปิดบริษัทและเพจเฟซบุ๊กเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและมองเห็นมีการประกาศข้อความชักชวนว่ารับสมัครประกวดและเดินแบบเด็กและเยาวชนเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง จากนั้นเมื่อมีผู้ปกครองบุตรหลานสนใจทักไปหา ผู้ต้องหาจะชักชวนสมัครประกวดโดยเสียค่าใช้จ่ายแรกเข้าเพื่อเทรนนิ่งเดินแบบตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่าน RCA โดยคิดว่าสมัครแรกเข้าคนละ 1,000 บาท จากนั้นผู้ต้องหาชักชวนให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานให้ร่วมเข้าประกวดการเดินแบบและถ่ายแบบในงานประกวด “Miss International” เพื่อเข้าสู่วงการบันเทิงที่ห้างสรรพสินค้าย่านพัทยา โดยจะต้องเสียค่าสมัครประมาณ 5,000 บาทต่อคน อีกทั้งต้องโอนค่าใช้จ่ายต่างๆ ประมาณ 40,000-50,000 บาทต่อผู้เข้าประกวด 1 คน (ไม่รวมผู้ติดตาม) โดยผู้ต้องหาอ้างว่า ผู้ปกครองจะได้รับเงินคืนหลังจากเสร็จสิ้นการประกวด หากเป็นกรณีที่ผู้ต้องหาชักชวนให้ผู้ปกครองนำพาบุตรหลานเข้าประกวดเดินแบบในต่างประเทศ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในการติดตามบุตรหลานคนละประมาณ 10,000-20,000 บาท

ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า อีกทั้งทางผู้ต้องหาอ้างว่า ทางผู้ปกครองจะได้รับเงินค่าจ้างเดินแบบให้แก่บุตรหลานคืนคนละประมาณ 10,000-20,000 บาท โดยไม่หักค่าใช้จ่ายเด็กแต่อย่างใด หลังจากที่ผู้ปกครองโอนค่าใช้จ่ายแล้วผู้ต้องหากลับเชิดเงินหลบหนี อีกทั้งซ้ำร้ายพบว่าเมื่อถึงกำหนดนัดหมาย ผู้ปกครองพร้อมบุตรหลานบางรายไปรอขึ้นเครื่องเมื่อสอบถามทางสายการบินกลับพบว่าไม่มีการจองการเดินทางดังกล่าวแต่อย่างใด และไม่สามารถติดต่อกับผู้ต้องหาได้อันเป็นการทำลายความหวัง ความฝัน ของเด็กและผู้ปกครองอย่างแสนสาหัส ด้วยอุบายและพฤติการณ์หลอกลวงของผู้ต้องหาเป็นเหตุให้มีผู้ปกครองต่างหลงเชื่อ โดยอาศัยความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของผู้ปกครองที่คาดหวังให้บุตรหลานของตนเข้าสู่วงการบันเทิง ต่างโอนเงินให้แก่ผู้ถูกจับ เป็นจำนวนรายละกว่า 100,000-200,000 บาท

พล.ต.ต.ธีรเดชจึงฝากประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มผู้ปกครองบุตรหลานซึ่งคาดว่าจะตกเป็นเหยื่อและได้รับผลกระทบของกลุ่มบุคคลดังกล่าว สามารถแจ้งและสอบถามมายัง บก.สส.บช.น. อีกทั้งยังขอเตือนภัยไปยังผู้ปกครองและบุตรหลานที่มีความฝันในการเข้าสู่วงการบันเทิงทุกท่าน ควรตรวจสอบและพิจารณาให้ถี่ถ้วน รอบคอบเสียก่อน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว และหากพบเบาะแสของกลุ่มมิจฉาชีพลักษณะนี้ สามารถแจ้งเข้ามาที่ เพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะไม่เป็นคดีอุกฉกรรจ์แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที” ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์