หน้าแรก ในประเทศ ชาวภูเก็ต200ค...

ชาวภูเก็ต200คน เดินทาง2วันสักการะพระบรมศพ ถนนขาดเพราะน้ำท่วมไม่ใช่อุปสรรค

12.01.17 | 12:58 น.

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากปกติเปิดเวลา 08.00 น. เพื่อให้พสกนิกรทุกเพศทุกวัยจากทั่วทุกสารทิศที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งพสกนิกรต่างเข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบ แม้ว่าสภาพอากาศในวันนี้จะร้อนอบอ้าว

S__54427654

S__54427653

นายลำไย น้อยมี อายุ 76 ปี เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านและประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี รวม 250 คน กล่าวว่า ได้เดินทางมาถึงบริเวณท้องสนามหลวง ประมาณราว 04.00 น. และเข้ากราบสักการะประมาณ 09.00 น. แม้ว่าจะต้องออกเดินทางมาออกจากบ้านตั้งแต่ 01.00 น. ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด เพราะปลื้มใจที่จะได้มากราบสักการะและใกล้ชิดกับพระองค์ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้รับเสด็จพระองค์เลย ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ได้ใกล้ชิดมากที่สุด ซึ่งในระหว่างที่ได้ขึ้นกราบสักการะบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้อธิษฐานถึงพระองค์ขอเป็นข้ารองพระบาทของพระองค์ทุกชาติไป

“ลุงสอนให้ลูกหลานยึดปฏิบัติตนตามพ่อหลวงของเราให้ดีที่สุด เพราะทรงงานหนักทุกอย่าง เคยเห็นรูปภาพที่พระองค์เสด็จฯไปในพื้นที่ทุรกันดาร มีเหงื่อไหลท่วม เป็นภาพที่ประทับใจตน ปัจจุบันลุงปลูกยูคาลิปตัสและปลูกพืชผักไว้กินเอง ยามที่เหนื่อยล้าก็นึกถึงพระองค์ทำให้มีกำลังใจลุกสู้” นายลำไยกล่าว

Advertisement
นายลำไย (หน้่า) นางอ่อน (ริมขวา)
นายลำไย (หน้า) นางอ่อน (ริมขวา)

ขณะที่นางอ่อน สกุลงาม ชาวด่านมะขามเตี้ยอีกหนึ่งคน กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้มากราบพระบรมศพ ครั้งก่อนเดินทางโดยรถตู้ ตั้งใจที่จะเดินทางมากราบพระบรมศพอีกหลายครั้งเท่าที่จะมีโอกาส เพราะรักและคิดถึงพระองค์มาก

นางสุวภัทร ตลอดไธสง ชาว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อายุ 34 ปี ประกอบอาชีพค้าขาย เดินทางพร้อมมารดา นางสุนิต ตลอดไธสง อายุ 50 ปี และ ด.ญ.พิชาภา วงศ์ขันธ์ อายุ 4 ขวบ พร้อมเพื่อนรวม 10 คน โดยตั้งใจเดินทางมาเคารพพระบรมศพ เหมารถตู้เดินทางมาต่อแถวเพื่อเคารพพระบรมศพตั้งแต่ช่วง 04.00 น. และเข้าสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท 09.30 น. ทุกคนตั้งใจที่จะมากราบสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 สักครั้งในชีวิต จึงรวมตัวเหมารถตู้มากันเองในวันที่ทุกคนสะดวกพร้อมกัน เป็นครั้งแรกที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ รู้สึกตื้นตันใจมาก หากมีโอกาสก็อยากจะมากราบสักการะพระบรมศพอีก

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยตลอดการครองราชย์ 70 ปี ตนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ผ่านมาได้ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ใช้จ่ายประหยัด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ และยังได้สอนต่อให้กับลูกเท่าที่เขาจะรับรู้ได้ เพราะยังเล็กอยู่” นางสุวภัทรกล่าว

สุวภัทร (ริมขวา)-สุนิต (กลาง)
นางสุวภัทร (ริมขวา)-นางสุนิต (กลาง)

นางสตีเยาะ เนาว์ไพร อายุ 53 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ที่ตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพแม้ว่าเส้นทางสัญจรในภาคใต้บางช่วงจะถูกตัดขาด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่ไม่เป็นอุปสรรค กล่าวว่า ได้ออกเดินทางโดยรถบัสมาพร้อมเพื่อนบ้านในหมู่บ้านคนที อำเภอเมือง รวม 200 คน ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม เมื่อมาถึงชุมพรต้องแวะพักแรมเพราะน้ำท่วมถนนเดินทางต่อไม่ได้ แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายได้ ก็ออกเดินทางต่อมาถึงกรุงเทพฯ กลางดึกของวันที่ 11 มกราคม พักผ่อนย่านรามคำแหง 1 คืนแล้วเตรียมตัวออกจากที่พักตอนตี 2 มาถึงบริเวณท้องสนามหลวงราวตี 3 เข้าแถวรอและได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพในเวลา 09.00 น.

“รู้สึกดีใจที่ได้ใกล้ชิดพระองค์เป็นครั้งแรกในชีวิต ตัวเองเป็นมุสลิมก็นั่งก้มหน้าสงบนิ่งเบื้องหน้าพระบรมโกศเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ คนไทยมีความเป็นอยู่ดีขึ้นก็ด้วยพระบารมี ตอนพระองค์สวรรคตเป็นช่วงที่ป่วยพอดี ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นทีวีมีแต่รายการเกี่ยวกับพระองค์ จนลูกๆ มาบอกว่าในหลวงสิ้นแล้ว ตกใจมากน้ำตาไหลไม่รู้ตัว ทุกวันนี้ดำเนินตามรอยท่าน โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง ทำสปามุสลิมที่ทางจังหวัดมาแนะนำและฝึกสอนให้ ก็ทำให้มีรายได้เลี้ยงตัวได้” นางสตีเยาะกล่าว

สตีเยาะ
นางสตีเยาะ

นางม่วย พิมศิน อายุ 74 ปี ชาว ต.สุขสำราญ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับหลานชายและเพื่อนบ้าน และมาเข้าคิวที่ท้องสนามหลวงช่วงเช้ามืด รู้สึกดีใจมากที่ได้เดินทางมาในวันนี้ เพราะอยากจะมากราบพระองค์ รักในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้วเคยรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯไปสร้างโบสถ์ที่วัดแถวบ้าน ดีใจมากที่ได้รับเสด็จ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนดีมีความอดทนและขยันหมั่นเพียร ใช้จ่ายอย่างประหยัดและพอเพียง ซึ่งลูกหลานก็เชื่อฟังดี

“บ้านซับตะเคียนที่ตนอาศัยอยู่มีศูนย์การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และมีเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้ด้านการเกษตร และชาวบ้านรวมตัวกันเป็นกลุ่มแม่บ้านทำเต้าเจี้ยว พริกแกง มะนาวดองขาย ทำให้มีรายได้ นอกจากนี้ที่หมู่บ้านยังมีฝายกักเก็บน้ำ ทำให้ชาวบ้านมีน้ำกินและน้ำใช้ทางการเกษตร” นางม่วยกล่าว

งม่วย-หลาน
นางม่วย และหลานชาย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 11 มกราคม หลังสำนักพระราชวังปิดเวลา 23.00 น. จากกำหนดเดิมในเวลา 21.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 45,614 คน รวม 72 วัน มี 3,124,121 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,764,584.25 บาท รวม 72 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 255,682,565.25 บาท