แม่ร่ำไห้ร้อง สายไหมต้องรอด หมอเรียกค่าผ่าคลอด 7,000 แต่ไม่มีเงิน จึงให้เหน็บยาเร่งคลอดถึง 3 ครั้ง ต้องผ่าคลอดฉุกเฉินแต่ลูกวิกฤตสุดท้ายเสียชีวิต ลั่นไม่เผาลูก
จากกรณี น.ส.พิศอาภรณ์ สังข์ทอง อายุ 29 ปี ที่เคยมาร้องสื่อ ก่อนหน้านี้หลังแพทย์โรงพยาบาลรัฐ ใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรียกค่าผ่าคลอด 7,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่มีเงิน จึงให้ใช้ยาเหน็บเร่งคลอด กระทั่งทารกเสียชีวิต หลังคลอดออกมาได้เพียง 2 วัน โดยแม่ของทารกตัดสินใจเก็บศพใส่โลงเย็นตั้งไว้หน้าบ้าน แล้วประกาศจะไม่เผาลูกจนกว่าจะได้รับความยุติธรรม
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กรุงเทพฯ น.ส.พิศอาภรณ์ สังข์ทอง หรือแอน อายุ 29 ปี แม่ของ “น้องออร์แกน“ ทารกวัยเพียง 2 วัน เข้าร้องเรียนนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากลูกสาวเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา
น.ส.พิศอาภรณ์เปิดเผยว่า ตนนั้นตั้งครรภ์ลูกคนแรก ตอนอายุครรภ์ได้ 2 เดือน จึงไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามสิทธิการรักษาประกันสังคม จากนั้นก็ไปพบแพทย์ตามนัดเรื่อยมา จนกระทั่งใกล้คลอด ตนได้เริ่มมีอาการเวียนหัว ปวดหัว และอาเจียน ประกอบกับมีโรคประจำตัว คือ โลหิตจาง เบาหวาน และความดันสูง จึงเริ่มมีความกังวลกลัวตัวเองและลูกจะเป็นอันตราย จึงปรึกษาแพทย์เรื่องการผ่าคลอด ซึ่งแพทย์ระบุว่าทำได้ แต่ต้องฝากพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 7,000 บาท แต่ตนนั้นไม่มีเงิน จึงไม่ได้ฝากพิเศษตามที่แพทย์แนะนำ แพทย์จึงให้ยาเร่งคลอด 3 ครั้ง หลังครรภ์ครบ 40 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 20-22 กันยายน ซึ่งครั้งแรกกับครั้งที่ 2 ลูกในครรภ์ยังปกติดี แต่พอเหน็บเร่งคลอดครั้งที่ 3 ลูกก็มีอัตราการเต้นของหัวใจตกลงเรื่อยๆ จนแพทย์เข้ามาตรวจบอกว่ารกพันคอ ต้องรีบเอาตัวเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน และผ่าคลอดฉุกเฉินทันที แล้วปรากฏว่าเมื่อลูกคลอดออกมา ก็มีอาการขาดออกซิเจน มีภาวะหยุดหายใจ ปอดแตกจากการสำลักขี้เทา ต้องรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชบุรี และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา
น.ส.พิศอาภรณ์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าเกิดจากการรักษาที่ผิดพลาด โดยเฉพาะการที่แพทย์ให้เหน็บยาเร่งคลอดครั้งที่ 3 แล้วไม่ยอมผ่าคลอดให้ รอจนกระทั่งลูกมีอาการผิดปกติ จนต้องผ่าคลอดฉุกเฉิน และที่ผ่านมา ได้ไปไกล่เกลี่ยถึง 4 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบหรือการเยียวยาอะไรจากทางโรงพยาบาล รวมถึงแพทย์เจ้าของไข้ด้วย และแพทย์เจ้าของไข้บอกว่า หากจะฟ้องให้ไปฟ้องที่องค์กรไม่ใช่มาฟ้องที่ตัวบุคคล เพราะแพทย์ทำดีที่สุดแล้ว ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมประกอบกับเมื่อพูดถึงเงิน 7,000 บาท ที่เป็นเงินฝากพิเศษดังกล่าวกลับได้รับคำตอบว่า ตอนนั้นเป็นการพูดเล่นก็ยิ่งทำให้รู้สึกเสียใจ และอยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
น.ส.พิศอาภรณ์ยืนยันว่าทางครอบครัวจะไม่เผาลูกสาว และจะเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้ “น้องออร์แกน” ลูกสาวคนแรกให้ได้
ด้านนายเอกภพกล่าวว่า หลังจากนี้จะประสานกระทรวงยุติธรรมให้ประสานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผ่าชันสูตรน้องถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงจะประสานสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อประสานเงินเยียวยาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการรักษา

