เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มกราคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 รรท.ผกก.สน.โคกคราม นำสำนวนคดีฆ่าชิงทรัพย์ ที่นายกิตติกร วิกาหะ และ นายสุพัฒชัย จันทร์ศรี ผู้ต้องหาชิงโทรศัพท์ไอโฟน ของ นายวศิน เหลืองแจ่ม บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ (มศว.) ที่บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 เขตลาดพร้าว จำนวน 1 แฟ้ม มาส่งให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง
โดยนายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม แจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อัตราโทษ ตามมาตรา 339 วรรคสุดท้าย คือ ประหารชีวิต พร้อมทั้งแจ้งข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และฆ่าเพื่อปกปิดการกระทำความผิด ดังนั้นโทษในคดีนี้คือการประหารชีวิต ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ หากถึงชั้นศาลจะทำให้มีการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตหรือไม่นั้น อาจเป็นไปได้ เพราะการรับสารภาพเป็นเหตุให้ลดโทษได้ ยกเว้นสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน คดีนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าผู้ต้องหารับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานหรือไม่ แต่จากที่พนักงานสอบสวนสรุปข้อเท็จจริงให้ฟังลักษณะเป็นการจำนนต่อหลักฐาน จะบรรยายฟ้องไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าสำนวนมีความสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน นายเจษฎา กล่าวว่า จากที่พนักงานสอบสวนสรุปให้ฟัง พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากอัยการเพิ่งรับเอกสารในวันนี้ จะพยายามพิจารณาโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ แต่ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะจะตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นมาพิจารณาและคาดว่าจะยื่นฟ้องได้ไม่เกินวันที่ 17-18 มกราคม นี้
ด้าน พ.ต.อ.ศราวุธ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นที่ซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา สำนวนคดีเป็นของ สน.โคกคราม 3 คดี และสน.โชคชัย 1 คดี วันนี้เราส่งให้อัยการเฉพาะสำนวนคดีชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นสำนวนหลัก เราได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ส่วนที่เหลืออีก2คดี เป็นคดีพยายามวิ่งราวทรัพย์ ต้องนำมาส่งให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เช่นกัน และคดีวิ่งราวทรัพย์จะส่งให้อัยการจังหวัดมีนบุรี ส่วนที่สน.โชคชัยเป็นคดีชิงทรัพย์
“เราส่งสำนวนคดีให้อัยการได้รวดเร็ว เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน คนร้ายใช้อาวุธมีดจ้วงแทงเจ้าของทรัพย์หลายครั้งอย่างโหดเหี้ยม จนถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นคนร้ายยังไม่สำนึกผิดหรือเกรงกลัวต่อกฎหมาย ยังไปก่อเหตุชิงทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงต่ออีก จากประวัติของคนร้ายเพิ่งพ้นโทษมาจากเรือนจำเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ถือเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมเป็นภัยต่อสังคม เป็นที่สะเทือนใจของประชาชน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ตำรวจต้องรวบรวมหลักฐานให้รัดกุม เพื่อนำตัวผู้ต้องหาฟ้องศาลและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด” พ.ต.อ.ศราวุธ กล่าว

