อธิบดีกุลธนิต-รองวัชรินทร์-อมตะ ร่วมทีมกองปราบให้คำแนะนำคดีกำนันนก

25.10.23 | 15:02 น.

เซ็นตั้ง3 อัยการที่ปรึกษาคดีกำนันนกกับพวกยิงตำรวจตายในบ้าน “กุลธนิต”นั่งหัวหน้าคณะทำงานเองดึง “วัชรินทร์”นั่งคณะทำงาน เสริมประสิทธิภาพการสอบสวน


เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนได้มีคำสั่งสำนักงานการสอบสวนที่ 31/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานเข้าให้คำแนะนำปรึกษาในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 24และ 25/2566ของกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เมื่อเร็วๆนี้

ความว่าตามที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งมอบหมายให้อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ตามจำนวนที่เห็นสมควรเข้าให้คำแนะนำปรึกษาในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 24และ 25/2566 ของกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ตามที่กองบังคับการปราบปรามร้องขอ กรณีนายประวีณ หรือกำนันนก จันทร์คล้ายกับพวกในความผิดฐาน”เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ตามคดีอาญาของกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ที่ 24/2566 และกรณี พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สมสุข อดีตสว.สส.สภ.กระทุ่มแบน กับพวกรวม 6 คน ในความผิดฐาน”เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำการหรือไม่ กระทำการอย่างใด ๆในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง , เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง่ ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไป เสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด , ร่วมกันช่วยผู้อื่นซึ่งเป็น ผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนัก แก่ผู้นั้นโดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม” ตามคดีอาญาของกองกำกับการ5 กองบังคับการปราบปราม ที่ 25/2566

เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจ มีผู้ร่วมกระทำความผิดหลายคน ผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทั่วไป คดีมีความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นธรรม จึงแต่งตั้งพนักงานอัยการคณะทำงาน ดังนี้
1.นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
2.นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นคณะทำงาน
3.ร.ต.อ.อมตะ ชนะพงษ์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3
เป็นคณะทำงานและเลขานุการ

นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน (ซ้าย) นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสอบสวน(ขวา)

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมาพ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม ในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน
กองกำกับการ 5กองบังคับการปราบปรามได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงสำนักงานการสอบสวนสำนักงานอัยการสูงสุด ขอให้มอบหมายพนักงานอัยการร่วมให้คำแนะนำปรึกษาคดี เนื้อหาสรุปว่ากองบังคับการกองปราบปรามได้รับโอนคดีจากสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐมให้ทำการสอบสวน กรณีนายประวีณ หรือกำนันนก

Advertisement

สำหรับพฤติการณ์แห่งคดีนี้คือ เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น.นายประวีณ จันทร์คล้าย ซึ่งเป็นกำนันตำบล ตาก้อง ได้จัดงานเลี้ยงที่หน้าบ้าน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายมาร่วมงาน โดยในระหว่างงานเลี้ยงนายประวีณ จันทร์คล้าย ได้มีเหตุโกรธเคืองกับพ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.ผู้ตาย จึงได้ใช้ให้นายธนัญชัย หมั่นมาก ยิง พ.ต.ต.ศิวกร จำนวนหลายนัดเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมาและกระสุนปืนพลาดไปถูก พันตำรวจโท วศิน พันปี ซึ่งนั่งอยู่ใกล้กันได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้น พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์
พร้อมพวก ได้ร่วมกันทำลายพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุปล่อยตัวนายธนัญชัย หมั่นมาก หลบหนีไปและร่วมกัน นำตัวนายประวีณ จันทร์คล้าย ออกไปจากที่เกิดเหตุ การกระทำของพ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ กับพวกเป็นความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้ได้รับโทษ
น้อยลงฯ” และกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ร่วมกับนายประวีณ จันทร์คล้าย สั่งการให้ผู้อื่นทำให้เสียหาย ทำลาย ช่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิดซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวเนื่องมาจากคดีความผิดฐาน” ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีเหตุจำเป็น เร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน”, และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่า โดยพนักงานสอบสวนได้ขอโอนการฝากขังผู้ต้องหาจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มาดำเนินคดียังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์มีความเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ มีความยุ่งยากสลับซับซ้อน กลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งเป็นคดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ เพื่อให้การสอบสวนมีประสิทธิภาพ เป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนและรักษาผลประโยชน์ของรัฐ