เปิดพฤติการณ์ ‘เจ้าของร้าน’ ทารุณลูกจ้างสาว 5 ปี ให้ค่าจ้าง 50 บ. นอนขวดต่างหมอน ต้องแอบปีนฝ้าขอความช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่สโมสตำรวจ ถ.วิภาวดี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงาน พาหญิงสาวคนหนึ่ง อายุ 21 ปี เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรีฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายจ้างเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 1 ภาษีเจริญ ทำร้ายร่างกายมานานหลายปีโดยมีบาดแผลทั่วร่างกาย
ผู้เสียหาย เล่าว่า พ่อพามาทำงานกับนายจ้างตั้งแต่อายุ 16 ปีและถูกนายจ้างทารุณกรรมเรื่อยมา ช่วงที่หนักที่สุดตอนอายุ 17 ปีเนื่องจากตอนนั้นคบหากับเพื่อนชายอายุ 19 ปี ทางเจ้าของร้านก็แจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับเพื่อนชายข้อหาพรากผู้เยาว์ หลังจากที่เพื่อนชายถูกจับมาทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์หลังจากคลอดบุตร นายจ้างออกเงินค่าคลอดลูกให้ 10,000 บาท และให้มาทำงานที่ร้านโดยไม่ให้ค่าจ้าง ซึ่งนายจ้างอ้างว่าเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการคลอดลูกไปแล้วจึงต้องทำงานชดใช้หนี้ อีกทั้งออกอุบายให้เอาลูกไปฝากไว้ที่มูลนิธิแห่งหนึ่ง
นอกจากเงินค่าคลอดบุตรมีอยู่ช่วงหนึ่งพ่อตนประสบอุบัติเหตุ นายจ้างออกค่ารักษาพยาบาลให้เพื่อเป็นค่าดำเนินการอีก 10,000 บาท เงินทั้ง 2 ส่วนจึงกลายเป็นข้ออ้างที่นายจ้างไม่ยอมจ่ายเงินให้และตั้งแต่อยู่มาเพิ่งจะได้เงินเพียง 50 บาทเป็นแต๊ะเอียช่วงตรุษจีนเมื่อปีที่แล้ว
ในแต่ละวันต้องตื่นแต่เช้า เพื่อมาจัดร้าน ล้างจาน ทำความสะอาดครัว ทำงานภายในร้านทั้งเดินเสิร์ฟและทำทุกอย่าง ทำไปจนถึงช่วงเวลาเที่ยงคืน โดยที่นอนเป็นพื้นที่ภายในห้องครัว ซึ่งนายจ้างจะมีผ้าห่มให้ 1 ผืน ไม่มีหมอน ให้นอนหนุนบนขวดน้ำ เป็นแบบนี้มาโดยตลอด
ทุกครั้งที่นายจ้างเกิดความไม่พอใจก็จะทำร้ายร่างกายด้วยการเอาแอลกอฮอล์ล้างแผลราดและจุดไฟเผา อ้างว่าเป็นการลงโทษที่ถูกลูกค้าในร้านคอมเพลน ซึ่งสิ่งที่ตนกลัวที่สุดและเกือบจะทำให้ตัวเองเสียชีวิต คือถูกสามีนายจ้างใช้สายยางรัดคอเกือบขาดอากาศหายใจและถูกนายจ้างตีหัวแตกจับตัวไปขังไว้ โดยนายจ้างเตรียมคีมไว้เพื่อเป็นอุปกรณ์ทรมานด้วย
หลังจากที่นายจ้างเตรียมเครื่องมือที่จะทรมานจึงรู้ชะตากรรมว่าจะโดนอะไร ด้วยความหวาดกลัว จึงปีนฝ้าเพดานหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากบ้านข้างๆ ที่ผ่านมานายจ้างยังเคยบอกให้ตัวเองไปหยิบนาฬิกาเพื่อนำมาใส่ในกระเป๋าของตนไว้ และกล่าวหาว่าเป็นคนที่ขโมยนาฬิกา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับการข่มขู่
ผู้เสียหาย เล่าอีกว่า นายจ้างอ้างทุกครั้งว่ารู้จักกับตำรวจในพื้นที่ มีครั้งหนึ่งมีตำรวจมาที่ร้านอาหารและเห็นสภาพบาดแผลที่มือจึงเข้ามาสอบถาม หลังจากนั้นตำรวจเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของร้านและออกมาต่อว่าตนไปใส่ร้ายเจ้าของร้านทำไมเพราะเจ้าของร้านบอกว่าบาดแผลเกิดจากการทำร้ายตัวเอง อีกทั้งตนยังคิดจะฆ่าตัวตายด้วยแต่ทำไม่ได้เพราะนึกถึงลูก ขอยืนยันว่าหลังจากนี้จะดำเนินการอย่างถึงที่สุดกับนายจ้างคนนี้ ส่วนลูกที่อยู่ในมูลนิธิตอนนี้โตแล้วแต่ยังไม่ได้มีโอกาสได้เจอลูกจึงอยากเจอลูกมาก
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการสอบปากคำผู้เสียหายและจะมีสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตภาษีเจริญจะเรียกผู้กำกับมาสอบถาม หากพบว่า มีการคุกคามจริง จะดำเนินการกับผู้กระทำผิดทั้งหมด ทั้งในเรื่อง พ.ร.บ.แรงงาน เกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงาน โดยจะบูรณาการร่วมกับกระทรวงแรงงาน และจะไล่เรียงเรื่องต่างๆ โดยตอนนี้ยืนยันว่า ทราบตัวเจ้าของร้านแล้ว เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับตามขั้นตอน

