ส.ก.ถามหามาตรการแก้ PM2.5 ‘ชัชชาติ’ ลุกร่าย ‘แผนลดฝุ่น 365 วัน’ ทำไม่หยุด พร้อมร่วมมือรัฐบาล

25.10.23 | 14:24 น.

ส.ก.ถามหามาตรการแก้ PM2.5 ‘ชัชชาติ’ ลุกร่าย ‘แผนลดฝุ่น 365 วัน’ ทำไม่หยุด พร้อมร่วมมือรัฐบาล

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ส.ก.ทั้ง 50 เขต มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ ครั้งที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2566

ในช่วงหนึ่งของการประชุม นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย ยื่นกระทู้ถามสด เรื่อง แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเร่งด่วน

นายวิพุธกล่าวว่า สืบเนื่องในทุกๆ ปี ประชาชนกรุงเทพมหานคร ในทุกๆ 1 ไตรมาส หรืออย่างน้อยทุก 3 เดือนจะมีพี่น้องเผชิญกับสภาวะฝุ่น PM2.5 หรือ Particulate Matters กว่า 1 ปี ครึ่ง กรุงเทพมหานครก็มีระยะเวลาเตรียมรับมือกับ PM2.5 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับการแจ้งเตือนจากกรมควบคุมมลพิษว่าในกรุงเทพมหานคร และปริมณฆล เพิ่มขึ้นในหลายเขต ไม่ว่าจะเป็น หนองแขม บางบอน บางพลัด บางรัก ปทุมวัน บึงกุ่ม คันนายาว ค่า AQI ดัชนีคุณภาพอากาศก็เพิ่มขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ เพราะในตอนนี้เริ่มการเปลี่ยนแปลงจากหน้าฝน ไปยังฤดูกาลใหม่ เมื่อ AQI มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ก็จะมีการแจ้งเตือนให้กับประชาชน จากกรมควบคุมมลพิษ ประชาชนทุกคนมีความเป็นกังวลว่า กรุงเทพมหานคร มีมาตรการอะไรบ้างในการที่จะรับมือ ตนมีคำถามอยู่ 2 ข้อคือ

Advertisement

1.ขอทราบมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา PM2.5

2.แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 ระยะยาว

ด้าน นายชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า PM2.5 ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่ปิด เป็นเหมือนฝาชีที่ครอบลงมา และอากาศไม่ถ่ายเท เราจะใช้หน่วย PM เป็นหลัก หน่วยที่ใช้คือ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก็จะคนละหน่วยกับ AQI และมีวิธีวัดที่แตกต่างกัน

“หากดูในภาวะปกติ ในฤดูที่ไม่มีการเผาชีวมล ส่วนใหญ่ก็มาจากรถยนต์เป็นหลัก หากสถานการณ์ปกติ PM2.5 ก็จะไม่เกิน 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อมีอากาศปิดอย่างอาทิตย์ที่ผ่านมาก็จะเพิ่มไปถึง 60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่เมื่อไหร่ที่มีทั้งสภาพอากาศปิดและมีการเผาชีวมล ก็จะอยู่ที่ 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เห็นได้ว่าเรื่องรถยนต์ก็เป็นปัจจัยสำคัญ” นายชัชชาติชี้

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า PM2.5 ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร จะมีจากสถานประกอบการ 324 แห่ง แพลนต์ปูน 116 แห่ง สถานประกอบการก่อสร้าง 509 แห่ง ถมดิน/ทำทราย 18 แห่ง การจราจร ต่างๆ และจุดความร้อน (Hotspot) 18 จุด

นายชัชชาติกล่าวต่อไปว่า มาตรการที่ทางกรุงเทพมหานครทำมาตลอด คือ แผนลดฝุ่น 365 วัน ค่าฝุ่นไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำทุกวัน ทั้งมีการวิจัยว่าฝุ่นมาจากไหน จากทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการแจ้งเตือน มี Sensor 700 จุด แต่เป้าหมายจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 จุด มีแอพพลิเคชั่นทราฟฟี่ฟองดูว์ที่ใช้แจ้ง มีการตรวจรถควันดำ มีการส่งเสริมการใช้รถ EV ส่วนการป้องกัน มีการให้นักเรียนในกรุงเทพมหานครชักธงตามสภาพฝุ่น มีการทำสวน 15 นาที ปลูกต้นไม้ล้านต้น และทำห้องปลอดฝุ่น

“แผนบริหารจัดการฝุ่น ระยะวิกฤต ค่าฝุ่นตั้งแต่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในชวง 1 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Air BKK ก็มีการปรับโมเดลให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น และสามารถพยากรณ์ในล่วงหน้า 3 วันมากยิ่งขึ้น และมีการตรวจควันดำ 3 สัปดาห์ งดจุดธูปเทียนในที่โล่ง แจกหน้ากากอนามัยเชิงรุก การสนับสนุนให้คนมาใช้รถไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น และการทำฝนหลวงในพื้นที่”

“ในขณะเดียวกัน กับกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มีการหารือกัน และเร่งรัดแผนร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน เพราะว่าฝุ่นบางส่วนก็ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องร่วมมือกันกับรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องของรถยนต์ EV และการใช้น้ำมันมาตรฐานน้ำมัน euro 6 ซึ่งน้ำมัน euro 5 จะเริ่มใช้มกราคม 2567 ทำให้การคำนวนฝุ่นน่าจะลดลงได้ระดับหนึ่ง” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นายวิพุธกล่าวเสริมว่า สิ่งที่ท่านผู้ว่ากล่าวมาต้องใช้หลายๆ องค์ประกอบ ต้องใช้หลายภาคส่วน ไม่ใช้แก้แค่ต้นตอเดียว แต่ทำให้เป็นภาพรวม ในโครงการจัดซื้อเครื่องฟอกแบบเคลื่อนย้ายได้ 1,743 เครื่อง ก็น่าจะเป็นที่พอดีกับชั้นเรียนอนุบาล แต่อย่าลืมว่า เรามีชั้นประถมอีก

“ผมชื่นชมท่านผู้ว่า มีการแก้ต้นเหตุและปลายเหตุ ในเครื่องฟอกแบบเคลื่อนย้ายได้ 1743 เครื่อง มูลค่า 52,115,700 ตกเครื่องละ 29,000 บาท ในชั้นประถมก็มีความต้องการเหมือนกัน และเชื่อว่า บ้านทุกท่านก็ยังต้องมีเครื่องฟอกอากาศ” นายวิพุธกล่าว