บิ๊กเต่า เล่าย้อนคดีจับ ‘ชาดา’ ชนวนเหตุวิวาทแก๊งซากุระ ลั่นไม่ได้กลั่นแกล้ง
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.บก.ปปป.) เปิดเผยกรณีสนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จับกุมนายวีระชาติ รัศมี อายุ 45 ปี นายกเทศบาลตลุกดู่ จังหวัดอุทัยธานี ลูกเขยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมพวกว่าตอนนี้รวบรวมพยานหลักฐานและตรวจค้นอีก 6 จุดและขอยึดโทรศัพท์มือถือ เก็บข้อมูลไว้เป็นพยานหลักฐานแต่ต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติมยืนยันมีหลักฐานชัดเจนและเพียงพอทั้งจะขยายผลเพิ่มเติมและหาวิธีการทำอย่างไรให้จังหวัดอุทัยธานี ไร้ผู้มีอิทพลเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าทำงานได้
โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่าว่าเมื่อคืน 24 ตุลาคมที่ผ่านมา พูดคุยกับนายชาดา บอกกับตนว่าให้ทำทุกอย่างไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และรับปากว่าจะไม่ให้ตัวนายวีระชาติกับพวกเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ทั้งนี้ ผบก.บก.ปปป. ยังได้กล่าวว่า ในอดีตที่มีการจับกุมนายชาดานั้น เป็นผลสืบเนื่องจากยุทธการฟ้าสาง ที่สะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี เป็นการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เนื่องจากก่อนหน้ามีเหตุการณ์ยิงกันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บอีกหลายราย ในวงไฮโล ทั้งยังพบว่ามีความขัดแย้งของผู้มีอิทธิพลสองกลุ่มคือกลุ่มซากุระ และกลุ่มของนายชาดา ซึ่งการระดมกวาดล้างผู้อิทธิพลในครั้งนั้นดำเนินคดีนายชาดา ข้อหามีอาวุธสงครามในครอบครอง ทั้งยังมีการพูดคุยกันส่วนตัวว่าอย่าให้มีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่นี้ ซึ่งหลังจากนั้นจังหวัดอุทัยธานีก็มีความขัดแย้งภายในจังหวัดลดลงไปพอสมควร ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่จากการที่มีประชาชนเข้ามาร้องเรียนเพียงเท่านั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาดา รับปาก ‘บิ๊กเต่า’ ห้ามลูกเขย ยุ่งพยานหลักฐาน ฝากถึงจนท.รัฐ ใครทุจริต ตร.ไปหาถึงที่แน่

