ส.ก.อ้อนชัชชาติ บางเขตไม่มี ‘โรงพยาบาล’ ปชช.ต้องการสุดๆ เชื่อถ้าลงชื่อทะลุ 5 หมื่น – สุดท้ายฉลุย ‘สภากทม.’ ตั้ง กก.ศึกษาก่อสร้าง รพ.ให้ครอบคลุม
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหาคร พร้อมด้วยผู้บริหาร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต มีกำหนดการร่วมประชุม สภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2566
ในตอนหนึ่ง นางกนกนุช กลิ่นสังข์ เสนอญัตติเรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการก่อสร้างโรงพยาบาลให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นางกนกนุชกล่าวว่า วันนี้ กทม.กำลังดำเนินการก่อสร้างหลายโรงพยาบาล แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะติดขัดปัญหา อาทิ แผนยังไม่เรียบร้อย ซึ่งเรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นเรื่องวิธีดำเนินการก่อสร้างมากกว่า ขณะเดียวกัน ก็มีการพูดถึงบุคลากรและความพร้อมของบุคลากรที่อาจจะไม่เพียงพอในการเกิดโรงพยาบาล จึงมีหลายนโยบายของ กทม. ที่จะยกระดับฐานะศูนย์สาธารณสุข หรือ สำนักอนามัยมากขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดในการดำเนินงาน ดังนั้น โรงพยาบาลจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือไม่
“ครั้งนึง ในขณะที่ สปสช.ยกเลิก ‘คลินิกอบอุ่น’ ประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาเรื่องการรักษาพยาบาล แต่ กทม.ก็ร่วมมือกับ สปสช.ในการกำหนด ‘โมเดล 5’ ขึ้นมาเพื่อดูแลประชาชนใน กทม. ซึ่งเป็นระบบบริการปฐมภูมิ รูปแบบใหม่ภายใต้ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง สามารถไปรับบริการในหน่วยปฐมภูมิ เครือข่าย สปสช.ที่ไหนก็ได้
แต่ดิฉันทราบมาว่า ในการประชุมมีกี่วันที่ผ่านมาของ สปสช.ในการให้บริการเครือข่าย ‘คลินิกอบอุ่น’ จะได้รับค่าบริการจาก สปสช. ที่เรียกว่าพอยต์ 1 point ได้ 1 บาท แต่ในปัจจุบันเนื่องจากมีการค้างชำระค่าใช้จ่าย และอาจจะมีการปรับลดจาก 1 บาทเป็น 1 point ไม่ถึง 25 สตางค์ ดังนั้น ในอนาคตเครือข่ายคลินิกเหล่านี้ที่เป็นเอกชน อาจจะประสบปัญหาไม่เข้าร่วมกับ สปสช.อีก เป็นเพียงแค่ข่าวคราวที่ได้รับทราบมา ทำให้เรานึกถึงประชาชนที่ใช้บัตรทองตอนนี้จะทำอย่างไร หากเครือข่ายคลินิกอบอุ่นที่เป็นเอกชน ไม่เข้าร่วมโครงการ ศูนย์สาธารณสุขของ กทม.คงรับไม่ไหวแน่นอน” นางกนกนุชกล่าว
นางกนกนุชกล่าวต่อว่า อยากเรียนว่า นโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ในเรื่องเส้นเลือดฝอย ตนต้องขอชื่นชมและขอบคุณ อ.ชัชชาติ เรื่องการระบายน้ำ ช่วงฝนตกไม่มีปัญหาเหล่านี้แล้ว ขอบคุณที่ทำให้พื้นที่สามารถเสนอเพื่อขอให้มีการปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นคูคลอง ทำถนนหนทาง เพื่อแก้ไข การก่อสร้างถนนให้ระบายน้ำในพื้นที่ได้ดีขึ้น พี่น้องประชาชนฝากขอบคุณในความใส่ใจ และสัญญาที่ท่านให้ไว้กับพี่น้อง ว่าจะดูแลไม่ให้มีน้ำท่วมในพื้นที่เขตดอนเมือง
“จึงอยากพูดว่า เมื่อท่านฟังประชาชนในเรื่องปัญหาโครงสร้าง อยากให้ท่านฟังปัญหาของประชาชนที่นำเสนอผ่านดิฉัน เรื่องการก่อสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่ ตนเชื่อว่าในหลายแห่งไม่สามารถสร้างโรงพยาบาลได้ เนื่องจากหาพื้นที่ไมได้และใช้เงินจำนวนมาก แต่บางพื้นที่ความต้องการมีมากพอ ขนาดที่สามารถลงชื่อได้มากกว่า 50,000 ชื่อให้ กทม. จัดตั้งโรงพยาบาล
อยากบอกท่านประธานว่า กทม. มีนโยบายสร้างโรงพยาบาลอยู่แล้ว ถ้าหากเรามาช่วยกันหาพื้นที่ ประสานกับภาคเอกชน หรือ ขณะเดียวกันอาจจะได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาล อาจจะเป็นของ กทม.เอง หรือเอกชนในการสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่ที่มีความต้องการ ให้เพียงพอรักษา จึงขอเรียนว่าในการยื่นญัตตินี้ ไม่ได้แปลว่าจะสร้างในทุกเขตที่มีความต้องการ แต่ขอให้ กทม.พิจารณาพื้นที่มีความพร้อมในการก่อสร้างเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง
“บางพื้นที่ไม่มีโรงพยาบาล ที่จะรับผู้ป่วยส่งต่อ จากสถานพยาบาลปฐมภูมิด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวล และน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะชีวิตของพี่น้องประชาน มิอาจประเมินเป็นราคาค่างวดได้ เพราะ 1 ชีวิตหมายถึงอีกหลายชีวิตที่เขาจะต้องดูลแล กทม.มีโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ 11 แห่ง และที่กำลังก่อสร้างอีกหลายแห่ง จึงควรมีโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นและครอบคลุมในพื้นที่ที่มีความพร้อม จึงเห็นว่าควรมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตที่ยังไม่มีโรงพยาบาลรัฐ รวมถึงศึกษาศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยของศูนย์บริการสาธารณสุขแต่ละแห่ง และหาแนวทางร่วมกับรัฐบาลและเอกชน ในการสนับสนุนขยายบริการประชาชนให้ได้ตรงตามความต้องการ และศักยภาพที่มีอยู่ จึงขอให้ สภา กทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการก่อสร้างโรงพยาบาล” นางกนกนุชกล่าว
ด้าน นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ กล่าวว่า รอบที่แล้วมีวิกฤตโควิด-19 เขตที่ไม่มีโรงพยาบาลส่งต่อ เห็นแล้วว่าสาหัสขนาดไหน ตนเห็นด้วยตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษา ควบคู่ไปกับที่ฝ่ายบริหารขอแวลาเราไว้ 6 เดือน เพื่อพิจารณาสร้างโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้เหลือ 5 เดือนครึ่งแล้ว
“สำหรับผมถ้าท่านทำสำเร็จได้ จะเป็นบุญใหญ่ เป็นกุศลต่อท่าน พ่อแม่พี่น้องทั้ง 5 เขตนี้ ก็จะจำชื่อท่านไว้ไปอีก 30-40 ปี ตราบเท่าที่โรงพยาบาลในเขตนี้สำเร็จ” นายกิตติพงศ์กล่าว
จากนั้นที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการก่อสร้างโรงพยาบาลให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 17 คน กำหนดระยะเวลาศึกษา 90 วัน

