หน้าแรก ในประเทศ ร่าง 7 แรงงาน...

ร่าง 7 แรงงานไทย ชุดที่ 2 ถึงสุวรรณภูมิแล้ว ทำพิธีรับก่อนส่งกลับบ้านให้ครอบครัว ประกอบพิธีทางศาสนา

26.10.23 | 13:02 น.

ร่าง 7 แรงงานไทย ชุดที่ 2 ถึงประเทศไทยแล้ว ทางการไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำพิธีรับร่างก่อนส่งกลับภูมิลำเนาให้ครอบครัวประกอบพิธีทางศาสนา

ที่บริเวณลานจอดรถหน้าอาคารสำนักงานเขตปลอดอากรภายในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ รถตู้ของบริษัทสุริยาหีบศพ 7 คัน พร้อมโลงศพ มาสแตนด์บาย รอรับร่างแรงงานไทย 7 คนที่เสียชีวิตจากสงครามในประเทศอิสราเอล ที่จะเดินทางมากับสายการบินเอลอัล จากกรุงเทลอาวีฟ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเวลาประมาณ 09.50 น.

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำพวงหรีดในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน มาเตรียมรอเพื่อที่จะเข้าร่วมในพิธีไว้อาลัยทันทีที่ร่างของแรงงานไทยมาถึง โดยเป็นการจัดพิธีทางศาสนาในส่วนของทางการไทยก่อนที่จะเคลื่อนร่างแรงงานไทยกลับภูมิลำเนา โดยร่างแรงงานไทยที่มาถึงวันนี้ ประกอบด้วย นายธีรพงษ์ กลางสุวรรณ, นายศักดา สุระคาย, นายนิติกร แซ่ว่าง, นายอภิชาติ กุสะรัมย์, นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี, นายศรีทัศน์ กาเหว่า และนายพิรุฬห์ ทานนพิมพ์

ทันทีที่เครื่องบินจากสายการบินเอลอัล เที่ยวบินที่ LY083 ได้นำร่างแรงงานชาวไทยที่เสียชีวิต 7 ราย มาถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการรับร่าง โดยนำร่างผู้เสียชีวิตที่บรรจุในกล่องไม้ และมีกล่องกระดาษคลุมมาอีกชั้น มาตรวจสอบรายชื่อจากเลขที่ใบขนย้าย และชื่อของผู้เสียชีวิต ที่ติดอยู่ที่หน้ากล่อง โดยไม่มีการเปิดกล่อง เพราะจะให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นผู้เปิด เมื่อถึงภูมิลำเนาเท่านั้น

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนทำพิธีไว้อาลัย มีตัวแทนทางการไทย และผู้บริหารหน่วยงานที่ร่วมพิธีรับศพ ประกอบด้วย นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุลในการทำพิธีไว้อาลัยตามศาสนา รวมถึงมีนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย และตัวแทนจากสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ร่วมในพิธีรับร่างและร่วมพิธีไว้อาลัยด้วย โดยตัวแทนนำพวงหรีดมาวางบนลังไม้ที่บรรจุร่าง เป็นการประกอบพิธีไว้อาลัยแล้ว ก่อนยืนไว้อาลัยให้กับร่างผู้เสียชีวิต และนำร่างขึ้นรถตู้ทั้ง 7 คันที่เตรียมไว้ ลำเลียงร่างกลับไปยังภูมิลำเนา โดยมีครอบครัวรอรับร่างแรงงานอยู่ตามภูมิลำเนา ซึ่งทางการไทยได้ประสานในเรื่องเอกสารต่างๆ ไว้ให้กับทางครอบครัวแล้ว

Advertisement

ขณะที่นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ร่างของแรงงานไทยที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอลวันนี้กลับมาทั้งหมด 7 ราย โดยมี 5 รายที่มีประกันสังคมในประเทศไทย ทั้งนี้ทุกรายจะได้รับสิทธิประโยชน์การเยียวยาเท่ากันทั้งหมด ต่างกันแค่สิทธิประกันสังคมที่เพิ่มเข้ามา ขณะที่รัฐบาลยังคงเร่งนำแรงงานไทยกลับประเทศให้เร็วที่สุด เนื่องจากยังไม่ทราบว่าสถานการณ์จะยุติลงเมื่อใด โดยทุกคนที่เดินทางกลับมา ยืนยันว่ากระทรวงแรงงานจะดูแลสิทธิประโยชน์ให้ทั้งหมด

ส่วนขั้นตอนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากอิสราเอล ที่เหลือยังต้องใช้เวลาพอสมควร และวันนี้ตนเองจะได้พบกับเอกอัครราชทูตอิสราเอล ซึ่งจะมีการสอบถามความชัดเจนในอีกหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ทางการอิสราเอลจะให้กับแรงงานไทยด้วย

ส่วนในช่วง 2 วันที่ผ่านมาที่กลุ่มฮามาสโจมตีหนักขึ้นมีผลต่อการเคลื่อนร่างมาสนามบินหรือไม่นั้น นายอารียอมรับว่า ในพื้นที่มีปัญหาหลายอย่าง จึงมีแนวคิดว่า หากต่อไปจะมีแรงงานไปทำงานต่างประเทศโดยเฉพาะในอิสราเอลจะต้องมีการหาที่หลบภัยให้ หรืออาจมีการซ้อมหลบภัยเพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งหากมีการป้องกันไว้ก่อนก็จะปลอดภัยและสูญเสียน้อยกว่าเดิมได้

ส่วนกรณีที่นายจ้างจากอิสราเอล เสนอค่าจ้างให้กับแรงงานไทยเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการจูงใจให้อยู่ต่อ นายอารีบอกว่า ก็เป็นสิทธิของนายจ้าง ขึ้นอยู่กับคนงานของเรา และจากการที่ตนเองไปรอรับแรงงานพบว่าร้อยละ 70 บอกว่ายังมีภาระหนี้สิน แต่เนื่องจากช่วงแรกยังมีความกลัวต่อเหตุการณ์จึงต้องเดินทางกลับมาตั้งหลักก่อน แต่อาจจะเดินทางกลับไปทำงานอีก โดยหากต้องการเดินทางกลับไปอีกครั้งกระทรวงแรงงานก็จะหาอาชีพให้ตามที่ความถนัด

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดว่า จะให้ธนาคาร ธ.ก.ส.และธนาคารออมสิน ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและระยะยาวให้กับแรงงานเพื่อช่วยเรื่องหนี้สินที่กู้ยืมไปทำงานในอิสราเอล เพื่อจูงใจให้แรงงานกลับประเทศนั้น มองว่า เป็นเหตุผลหนึ่งของนายกรัฐมนตรีที่จะจูงใจแรงงานกลับมาได้แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแรงงานว่าจะรับเงื่อนไขนี้หรือไม่ ซึ่งก็มองว่าเป็นแรงจูงใจที่ดีในการหาทางออกให้แรงงาน

ขณะที่กรณีมีบางเงื่อนไขของกระทรวงแรงงานที่หากเซ็นชื่อรับเงินเยียวยาไปแล้ว อาจจะถูกตัดสิทธิไม่ได้ไปทำงานที่อิสราเอลต่อนั้น นายอารียืนยันว่า ไม่มีเงื่อนไขนี้ อาจจะเป็นความเข้าใจคาดเคลื่อน โดยการจะให้แรงงานกลับไปทำงานที่อิสราเอลจะมีการหารือแนวทางที่ชัดเจนในการช่วยเหลืออีกครั้ง

นายอารียังกล่าวถึง การติดตามค่าแรงจากนายจ้างที่อิสราเอล สำหรับแรงงานที่กลับมาประเทศไทยแต่ยังไม่ได้รับค่าจ้างด้วยว่า ขณะนี้ได้ส่งทูตแรงงาน และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานอีก 10 คนที่ส่งไปช่วยประสานงานในเรื่องนี้ และจะประสานกับลูกจ้างด้วยว่ายังเหลือ หรือตกหล่นอะไร ขั้นตอนไหนบ้าง

ส่วนแรงงานที่จะเดินทางกลับไปทำงานตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่มีเกินครึ่งที่ให้ข้อมูลว่าอยากจะกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีก ส่วนโอกาสที่นายจ้างในอิสราเอลจะไม่รับกลับไปทำงานนั้น นายอารียืนยันว่าไม่มี ซึ่งตามเงื่อนไขต้องรับอยู่แล้วเพราะบริษัทอยากให้กลับไป และอาจจะมีการเพิ่มค่าแรงเป็นแรงจูงใจเพื่อให้แรงงานไทยกลับไปทำงาน ต่อให้เดินทางกลับมาก่อนครบสัญญาก็ตาม เนื่องจากแรงงานไทยมีความเชี่ยวชาญในการทำการเกษตรซึ่งอิสราเอลมีต้องการด้านนี้

ส่วนกรณีมีกระแสข่าวในกลุ่มแรงงานจากอิสราเอลว่าจะรับกลับถึงแค่สิ้นเดือนเท่านั้น นายอารีบอกว่า หากแรงงานไทยมีความประสงค์จะเดินทางกลับ ทางรัฐบาลก็จะประสานหาเครื่องบินให้ไม่มีการทอดทิ้งแน่นอน และไม่ใช่แค่สิ้นเดือนนี้ ซึ่งกระแสข่าวอาจเป็นเพียงการกระตุ้นเพื่อให้แรงงานได้รีบกลับมาอย่างปลอดภัย และยืนยันว่าแรงงานที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมดจะได้รับการดูแลในการกลับประเทศอย่างแน่นอน