ชลน่าน ปลื้มชาวน่านจัดแข่งเรือปลอดเหล้าได้ ชี้ ลดอุบัติเหตุได้ 10 เท่า

28.10.23 | 11:50 น.

ชลน่าน ปลื้มชาวน่านจัดแข่งเรือปลอดเหล้า ขานรับนโยบาย สสส. ลดอุบัติเหตุได้ 10 เท่า

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่สะพานข้ามแม่น้ำน่าน อ.เวียงสา จ.น่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดประเพณีแข่งเรือออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2566

นพ.ชลน่านกล่าวว่า สธ. มีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยการสร้างต้นแบบพื้นที่อายุยืน (Blue Zone) ให้เป็น “หนึ่งเขตสุขภาพ หนึ่งพื้นที่อายุยืน” ในทุกจังหวัด โดย “น่านซิตี้โมเดล” เป็นหนึ่งในจังหวัดนำร่องของเขตสุขภาพที่ 1 คำว่า DEL ก็จะมีความหมายในตัว คือ D-Diet อาหารดี, E-Exercise ออกกำลังกาย และ L-Lifestyle วิถีชีวิต การผ่อนคลายความเครียด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการส่งเสริมสุขภาพในมิติเชิงสังคม

“ประเพณีการแข่งเรือ เป็นการแสดงออกที่ตอบโจทย์ของการส่งเสริมสุขภาพ จึงมีการรณรงค์เรื่องการงดเหล้า อาหารปลอดภัย ส่งเสริมออกกำลังกายทั้งผู้แข่งเรือ กองเชียร์ก็ต้องฝึกซ้อม สะท้อนให้เห็นว่า น่านได้ใช้ประเพณีที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมมากำหนดการลดปัจจัยเสี่ยงที่กระทบสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน” นพ.ชลน่านกล่าว

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมให้จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในจังหวัดทัวร์ลิซึ่ม (Tourism) เพราะเป็นเมืองที่ได้รับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น โฮมสเตย์ วัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของ สธ. คือ นักท่องเที่ยวปลอดภัย พัฒนาโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย มีระบบส่งต่อแบบไร้รอยต่อ เพิ่มศักยภาพการตรวจวินิจฉัยและรักษาทั้ง CT Scan/ICU จัดให้มี Mobile Stroke Unit เพื่อลดการส่งต่อ และเพิ่มบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับดูแลผู้ป่วยวิกฤติอย่างครอบคลุม จัดทีม Sky Doctor ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว

Advertisement

เมื่อถามว่าน่านเป็นจังหวัดที่ติด 10 จังหวัดที่ดื่มแอลกอฮอล์สูงสุดในประเทศไทย นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราต้องยอมรับว่าวิถีชีวิตและประเพณีบ้านเราเอื้อต่อการใช้ชีวิตให้เป็นนักดื่ม โดยเฉพาะการผลิตเหล้าได้ด้วยตัวเอง อย่างเช่น เหล้าขาว เราจึงต้องช่วยกันชี้ให้เห็นพิษภัยของเหล้า ต้องรู้ว่าดื่มอย่างไรให้ปลอดภัยเพื่อป้องกันและจัดการตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม การลดการเข้าถึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น การแข่งเรือปลอดเหล้า ก็ลดการเข้าถึงการดื่ม ขณะเดียวกัน การลดการผลิต และการผลิตอย่างมีคุณภาพต้องมีการขึ้นทะเบียนเป็นสุราชุมชนที่จะมีกระบวนการแยกเอาน้ำมันที่เป็นพิษในเหล้าออกมา

“หลังจากที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้ามารณรงค์งดแอลกอฮอล์ในประเพณีต่างๆ ทำให้เห็นชัดว่าในงานจะไม่มีการดื่มเหล้าให้เห็น ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่ดื่มและขายเสรี นอกจากนั้น สสส. ได้เข้ามาร่วมในอีกหลายๆ กิจกรรม เช่น การวิ่งงดเหล้า การแข่งขันกีฬางดเหล้า ทำให้การงดเหล้าอยู่ในทุกๆ ประเพณีของเรา” รมว.สธ.กล่าว

ขณะที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า สสส. และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สนับสนุนการรณรงค์รณรงค์ให้จัดแข่งเรือยาวประเพณีปลอดเหล้า ปลอดเบียร์ มาต่อเนื่อง 15 ปี โดยสร้างความตระหนักคุณค่าของงานประเพณีวัฒนธรรมที่มีความปลอดภัย หนุนให้เกิดบรรทัดฐานทางสังคม วิถีชุมชน จารีตประเพณี และการสนับสนุนให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมสนับสนุนเยาวชนให้เข้ามามีบทบาทร่วมรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยดีจากผู้จัดงานทั่วประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวมีความปลอดภัยจากผลกระทบที่เกิดจากคนเมา ทั้งอุบัติเหตุและการทะเลาะวิวาทลดลง

“โดยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว งานแข่งเรือที่น่านเกิดอุบัติเหตุ 100 กว่าครั้ง ปัจจุบันเหลือเพียง 10 กว่าครั้ง ลดการเสียชีวิต บาดเจ็บ รวมถึงสูญเสียทรัพย์สินได้อย่างมหาศาล ปัจจุบันมีการขยายผลส่งเสริมนักพากย์เรือเยาวชนรุ่นใหม่ทุกภูมิภาค และจัดเวทีประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุขชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สอดแทรกการปลูกฝังค่านิยมที่ดีปลอดเหล้า บุหรี่ และอบายมุข และเป็นการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่” นพ.พงศ์เทพกล่าว