รวบ เสี่ยมีน vogue หล่อตรงปกสวมบทไฮโซ อ้างรู้จักคนดัง ตุ๋นสาว 30 ราย สูญ 10 ล้าน

28.10.23 | 12:21 น.

รวบ ‘เสี่ยมีน vogue’ ไฮโซเก๊ นักต้มตุ๋นภัยร้ายผู้หญิงในโลกออนไลน์ พบก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท


ธนาธร หรือ มีน vogue ไฮโซเก๊นักต้มตุ๋น ที่ใช้หน้าตาหน้าหล่อเหลาของตัวเอง สร้างโปรไฟล์ในเพจเป็นหนุ่มไฮโซ ปลอมเป็น CEO บริษัทสร้างบ้าน และกรรมการสำนักงานกฎหมาย ทั้งในคลังภาพยังอวดนาฬิกาเรือนแพงและมีรถหรู อีกทั้งอ้างว่ารู้จักไฮโซคนดังหรือผู้มีอำนาจอื่นๆ ซึ่งใช้ในการลอกลวงเหล่าบรรดาหญิงสาวในโซเชี่ยลว่าได้เจอชายในฝันรักจริง และเมื่อนัดพบผู้เสียหายบางรายถูกลักเอาทรัพย์สิน ยืมเงิน โดยล่าสุดเหยื่อฐานะไม่ดีจะขอยืมเงิน 180 บาท โดยบอกว่าขอเป็นค่าน้ำมันเพื่อขับรถไปรับ และเมื่อเหยื่อโอนเงินให้ก็ปล่อยทิ้งให้ผู้หญิงยืนรออยู่เป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากการสืบสวนพบว่าก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ราย ความเสียหายกว่าล้านบาท

ล่าสุด พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ของสืบนครบาลไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้และยังได้ความร่วมมือจากเพจชื่อดังร่วมกันติดตามไล่ล่าจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ ขณะกำลังจะก่อเหตุขอรถของเหยื่อรายล่าสุด

Advertisement

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หัวหน้าชุด PCT 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.ทศรัสมิ์ กิติธารา , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ ร่วมกันสืบสวนจับกุมนายกฤติเดช พงษ์ประภาส หรือ ธนาธร จิตตา หรือ ธร , มีน , มิน , อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ “ลักทรัพย์”และ “ปลอมเอกสารราชการ หรือใช้เอกสารราชการปลอม และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ผู้ต้องหามีอายุเพียง 27 ปี แต่ทักษะการต้มตุ๋นเข้าขั้นโดยมิจฉาชีพรายนี้จะเป็นที่รู้จักกันในนาม ธนาธร หรือ เสี่ยมีน vogue โดยผู้ต้องหาเป็นชายใบหน้าหล่อเหลาสร้างโปรไฟล์ในโลกโซเชียลอ้างเป็น “ไฮโซ” ทำทีถ่ายรูปกับรถหรูซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่รถยนต์เป็นของตนเอง หรือการโชว์สลิปการโอนเงินเยอะๆ หรืออวดนาฬิกาเรือนแพงขณะอยู่หลังพวกมาลัยรถหรู และอีกต่างๆมากมาย เพื่อประกาศความรวยของตตนเองผ่านโลกโซเชียล อีกทั้งเจ้าตัวแอดเพื่อน ตามเพจกับเหล่าบรรดาไฮโซคนดังที่มีตัวตนอยู่จริงเพื่อมาเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโปรไฟล์ของตัวเองแล้วก็จากนั้นก็จะตระเวนไล่จีบเหล่าบรรดาหญิงสาวในโลกโซเชียล

ทำให้ความสัมพันธ์เจ้าตัวกับเหยื่อก้าวไปสู่การนัดพบเจอได้อย่างง่ายโดยเมื่อถึงระดับการนัดพบ คนร้ายจะแต่งตัวดี ดูมีฐานะ เสมือนเป็นไฮโซจริง และจะมักอวดอ้างว่าตนรู้จักไฮโซคนดังหรือผู้มีอำนาจ ในการนัดพบครั้งแรกๆมักพาเหยื่อหญิงสาวไป “เข้าวัดทำบุญ” สร้างภาพเป็นหนุ่มไฮโซหล่อรวย จิตใจดี เรียกได้ว่าทักษะการสร้างความประทับใจแรกเจอ ต่อเหยื่อหญิงสาวนั้นทำได้อย่างชำนาญสุดๆ จึนทำให้เหล่าบรรดาหญิงสาวเคลิบเคลิ้ม และคิดไปว่าได้เจอชายในฝัน แต่เมื่อได้คบหากันพักหนึ่งก็จะเข้าสู่กระบวนการหลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สิน

โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในความสัมพันธ์ทั้งสองในโซเชี่ยลแต่โดยส่วนใหญ่เหยื่อลักทรัพย์ หากเหยื่อหญิงสาวบางรายไหวตัวทันและเริ่มตีตัวออกห่าง ผู้ต้องหาไม่สามารถลักทรัพย์หรือรีดทรัพย์ชิ้นใหญ่ๆได้ แต่ก็มักขโมยของขโมยทรัพย์สินต่างๆของเหยื่อ บางรายถูกยกตู้ ยกทีวี โดยเหยื่อรายบางรายเมื่อคนร้ายรู้ว่าฝ่ายหญิงมีฐานะไม่ดี ก็ยังโทรมาขอยืมเงินอีก “180 บาท” โดยหลอกว่าเป็นค่าน้ำมันเพื่อขับรถไปรับ และเมื่อเหยื่อโอนเงินให้ก็ปล่อยทิ้งให้ยืนรอพบอยู่เป็นเวลา 6 ชั่วโมง

โดยคนร้ายรายนี้ตระเวนก่อเหตุในลักษณะนี้เป็นเวลาหลายปี ผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10,000,000 บาท พบประวัติต้องก่อเหตุมาแล้วกว่า 8 คดี (และอีกไม่ต่ำกว่า 5 คดี ผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี)
1.วันที่ 11 ก.ค. 58 ก่อเหตุ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พื้นที่ สน.ดุสิต
2.วันที่ 31 มี.ค. 59 ก่อเหตุ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พื้นที่ สภ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
3.วันที่ 23 ก.ค. 59 ก่อเหตุ ฉ้อโกง พื้นที่ สน.มีนบุรี
4.วันที่ 26 เม.ย. 60 ก่อเหตุ ฉ้อโกง พื้นที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์
5.วันที่ 19 มี.ค. 64 ก่อเหตุ ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมฯ พื้นที่ สภ.เมืองเชียงราย
6.วันที่ 11 พ.ย. 64 ก่อเหตุ ฉ้อโกง , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมฯ พื้นที่ สน.สายไหม
7.วันที่ 31 ธ.ค. 64 ก่อเหตุ ลักทรัพย์ พื้นที่ สน.มีนบุรี
8.วันที่ 6 เม.ย. 65 ก่อเหตุ ฉ้อโกง พื้นที่ สน.ลุมพินี

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. จึงได้เร่งสั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. สืบสวนแกะรอย แต่งานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อคนร้ายมีทักษะประสบการณ์ก่อเหตุที่แยบยล และยังทักษะในการหลบหนีการจับกุมเพราะเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง กระทั่งชุดสืบสวนได้เบาะแสจากเพจ “บิ๊กเกรียน” ให้เบาะแสสำคัญจากเหยื่อรายหนึ่ง ซึ่งได้พบเห็นคนร้ายวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่ในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) พล.ต.ต.ธีรเดช จึงนำกำลังติดตามรอยเท้าเบาะแสไปจนได้พบกับ “เหยื่อรายล่าสุด” ซึ่งกำลังคบหากับคนร้ายอยู่ ซึ่งชุดสืบสวนได้เบาะแสว่าคนร้ายกำลังจะหลอกเอารถยนต์ของเธอไปจำนำย่านเพชรเกษม พล.ต.ต.ธีรเดช ทราบเพียงเบาะแสว่าคนร้ายอยู่ละแวกสวนรถไฟ ก่อนนำกำลังปูพรมทั่วพื้นที่กว่า 7 ชั่วโมง กระทั่งวันที่ 27 ต.ค. 66 เวลาประมาณ 16.00 น. จึงสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ โดยจับกุมตัวได้ที่ ซอยวิภาวดีรังสิต 17 แยก 10 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร จ.กรุงเทพฯ ขณะที่คนร้ายกำลังจะพาเหยื่อรายล่าสุดลวงให้เหยื่อนำรถไปจำนำ ได้อย่างทันควัน

โดยในชั้นจับกุม นายกฤติเดช พงษ์ประภาส (ชื่อเดิม ธนาธร จิตตา) ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ชีวิตของตนลำบากพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 4 ขวบทำให้ขาดคนสั่งสอน เกิดความหลงผิด ลองผิดลองถูกเอง ตนเป็นหนุ่มหน้าตาดี ชอบถ่ายรูปกับรถหรู เป็นหนุ่มโปรไฟล์ดีในโลกออนไลน์ เลยมีผู้หญิงเข้ามาเยอะ ตนจึงมีแฟนหลายคนคบซ้อนพร้อมกัน 4-5 คน เมื่อมีผู้หญิงเข้ามาก็จะทำทีคบหากันเพื่อหลอกยืมเงิน โดยเคยยืมสูงสุดหลักล้านเพื่อไปเล่นพนันออนไลน์จนหมด ทำให้ชีวิตเกิดปัญหา เครียดไม่มีเงิน เกิดปัญหาชีวิตเรื่อยมา ส่วนเรื่องที่ถูกจับตอนนั้นปี 63 ตนได้ทะเลาะกับผู้หญิงคนหนึ่งเรื่องยืมเงิน จนทำให้โทรทัศน์ในห้องผู้หญิงคนนั้นพังจึงยกออกไปขาย ยืนยันไม่ได้ขโมย ส่วนเรื่องคดีอื่นๆก็เป็นคดีเกี่ยวกับซื้อขายรถ ตนพยายามเคลียร์จนหมดแล้ว พร้อมเปิดหน้าเพื่อให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ และอยากเตือนผู้หญิงในโลกออนไลน์ว่า อย่ามองคนที่ภายนอก เพราะความจริงอาจจะไม่เหมือนที่เห็นในโลกออนไลน์ และขอให้สัญญากับพล.ต.ต.ธีรเดชว่าเมื่อพ้นโทษจะกลับตัวเป็นคนดี” หลังจับกุมตัว ได้นำส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “เรายังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของภัยสังคมรายนี้ จากการขยายผลการจับกุมในขณะนี้เราพบพยานหลักฐานและพบข้อมูลเหยื่อและผู้ที่กำลังจะตกเป็นเหยื่ออีกไม่ต่ำกว่า 10 ราย จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อคนร้ายรายนี้ ให้แจ้งมาที่เฟซบุ๊กเพจ สืบสวนนครบาล IDMB เราจะปกปิดข้อมูลของคุณเป็นความลับ แม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”