เปิดตัวเลข ซื้อขายตัวลิ่นในไทย ต้องถลกหนังกี่ตัวถึงได้เกล็ด 1.4 ตัน
วันที่ 28 ตุลาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผย มติชนออนไลน์ว่า ขณะนี้สถานการณ์การลักลอบซื้อขาย เนื้อ และเกล็ดลิ่นค่อนข้างมีความรุนแรงในบริเวณชายแดน ทั้งใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ โดยรายล่าสุดนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับทาง ตำรวจป่าไม้ บก.ปทส. ร่วมกับ USFWS(US Fish and Wildlife Service) ตรวจยึดลิ่น 14,000 กิโลกรัม (อยู่ในกระสอบ 42 ใบ) ยึดรถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน ผู้ต้องหา 2 คน ถูกจับที่ จ.กาฬสิน ปลายทางคาดว่าเป็นจีน ถือเป็นรายใหญ่ที่สุดนับแต่ที่เคยจับได้
นายอรรถพล กล่าวว่า จากสถิติแล้ว ในรอบ 11 ปีที่ผ่านมา (2555-2566) กรมอุทยานฯเป็นผู้กล่าวโทษและร่วมจับกุมคดีเกี่ยวกับตัวลิ่น ทั้งสิ้น 38 คดี โดย กล่าวโทษเอง 20 คดี ร่วมจับ 18 คดี แต่ยังไม่รวมคดีที่ จับล่าสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566) ได้ ผู้ต้องหา 44 คน มูลค่าความเสียหายรวม 28,435,242 บาท สำหรับ สถานะการลิ่นแต่ละปี จับได้ แยกตามรายด่าน เรียงอันดับจากมากไปน้อย 3 อันดับ คดีมากที่สุด 1.ด่านแม่สอด มี 6 คดี 2.ด่านชุมพร มี 5 คดี และ 3. ด่านสะเดา สุวรรณภูมิ และกาญจนบุรี เท่ากัน 3 คดี
“มูลค่า ราคาลิ่นมีชีวิต เกล็ดลิ่น และซากลิ่น เบื้องต้น พบว่า ราคาที่ไทย เกล็ดลิ่นตากแห้ง ราคากิโลละ 50,000 บาท เนื้อลิ่นราคา กก.ละประมาณ 3,000 บาท ส่วน ราคาที่จีน ที่มาเลเซีย ก็จะอีกราคาหนึ่ง คือ สูงขึ้นกว่าที่ขายในประเทศไทย ทั้งนี้ เกล็ดลิ่น 1 กิโลกรัม จะเท่ากับใช้ลิ่นประมาณ 4-5 ตัว วัตถุประสงค์สำหรับความต้องการตัวลิ่น จะเอาไปทำยาโป๊ว หรือยาบำรุงร่างกาย ซึ่งก็ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าเป็นความจริงตามที่กล่าวอ้างกันหรือไม่”นายอรรถพล กล่าว

