ตร.ขยายผลล่อซื้อ รวบเครือข่ายขายยาเสพติดรายย่อย พบยาบ้า 14,030 เม็ด ยาไอซ์ 2 ถุง
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สั่งการให้ตำรวจสังกัด บช.น.สืบสวนติดตามจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในลักษณะเครือข่ายให้มีผลการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตามนโยบาย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร. ทาง พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ.รรท.ผบก.น.8 พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม รอง ผบก.น.8 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ผกก.สส.บก.8 นำกำลังออกสืบสวนหาข่าวจากกลุ่มผู้เสพเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่
ต่อมาตำรวจ กก.สส.บก.น.8 สืบสวนขยายผลทราบว่า มีผู้ค้ารายใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ บก.น.7 และ บก.น.8 ซึ่งเป็นผู้ค้าระดับผู้สั่งการ จึงสืบสวนเพิ่มเติมจึงทราบว่านายภาณุวัฒน์ หรือโก้ อายุประมาณ 30 ปี พักอาศัยอยู่ในเขตบางกอกน้อย กทม. มีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้า ยาไอซ์ และยาเค
จึงวางแผนจับกุม โดยให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจากนายภาณุวัฒน์ โดยนัดหมายส่งที่ลานจอดรถวัดใหญ่ศรีสุพรรณ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กทม. จากนั้นนายภาณุวัฒน์ขี่รถจักรยายนต์ (จยย.) ยามาฮ่า ทะเบียน 7 กพ 8685 กทม. มาจอดบริเวณลานจอดรถของวัด จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้น พบยาบ้า 1,000 เม็ด และยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 60 กรัม อยู่ในความครอบครอง จึงยึดไว้เป็นของกลาง
พ.ต.อ.นิภพลกล่าวว่า จากนั้นจึงแจ้งสิทธิตามกฎหมายและข้อกล่าวหาจับกุมดำเนินคดี และควบคุมตัวไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักนายภาณุวัฒน์ พบยาบ้าอีก 8,400 เม็ด ยาไอซ์อีก 2 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 121.22 กรัม และยาเค (คีตามีน) จำนวน 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 42.91 กรัม เครื่องชั่งดิจิทัล 1 เครื่อง และถุงซิปเปล่า สำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติด จำนวน 5 แพค จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพิ่มเติม
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ ดำเนินคดี
พ.ต.อ.นิภพลกล่าวอีกว่า ร่วมกับ พล.ต.ต.ภานพ สอบสวนนายภานุวัฒน์ ให้การรับว่าซื้อยาบ้าและยาไอซ์มาจากนายบี หรือนายชัยพล จากนั้นจึงให้นายภานุวัฒน์ ติดต่อขอซื้อยาบ้า 10,000 เม็ด และยาไอซ์ 100 กรัม จากนายบี และนัดส่งมอบยาเสพติดกันที่ศาลเจ้ากลางซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 23 เขตธนบุรี กทม.
เมื่อชุดจับกุมไปยังจุดนัดหมายพร้อมกับนายภานุวัฒน์ นายบีแจ้งว่าให้ไปรับยาเสพติดกับลูกน้อง ชื่อนายแย็บ ซึ่งยืนรออยู่บริเวณหน้าศาลเจ้า จึงไปตรวจสอบพบ นายวัชรินทร์ หรือแย็บ ยืนอยู่บริเวณหน้าศาล จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อขอทำการตรวจค้นตัว ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายในตัวผู้ถูกจับ เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ซักถาม ผู้ถูกจับรับว่านำยาไอซ์ จำนวน 100 กรัม มารอส่งมอบจริง และได้นำไปซุกซ่อนไว้ที่บริเวณใต้ฐานกระถางธูปภายในศาลเจ้า และได้นำพาเจ้าพนักงานตำรวจไปหยิบยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 100 กรัม มาส่งมอบให้กับเจ้าพนักงานตำรวจ และแจ้งว่ายาบ้าที่เหลืออยู่ภายในห้องพักโดยมี นายบี รออยู่ภายในห้อง ชุดจับกุมเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพักพบว่านายบี อาศัยช่วงจังหวะหลบหนีไปก่อนจากนั้นตรวจค้นภายในห้องนายวัชรินทร์ พบยาบ้า 14,030 เม็ด ยาไอซ์ 2 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 34.88 กรัม จึงยึดไว้เป็นของกลาง
ผกก.สส.บก.น.8 สอบถามนายวัชรินทร์ รับว่าของกลางยาเสพติดที่ตรวจค้นเป็นของตนกับนายชัยพลหรือนายบี จริง โดยตนมีหน้าที่นำยาเสพติดไปส่งมอบให้กับลูกค้าตามคำสั่งของนายบี รับค่าจ้างเป็นเงินครั้งละ 200 บาท หรือบางครั้งก็ให้ค่าจ้างเป็นยาเสพติด
โดยนายบีจะเป็นคนนำยาเสพติดมาเก็บไว้ที่ห้องพักของตน เพื่อมารอจำหน่ายให้แก่บุคคลอื่น จึงแจ้งสิทธิ และข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับ โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.สำเหร่ ดำเนินคดี

