“สุวพันธุ์”เผยสานต่องานพล.อ.ไพบูลย์ ร่วมรัฐบาลจัดทำกลยุทธ์ปรองดองชาติ

13.01.17 | 12:37 น.

เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำความเข้าใจงานของกระทรวงยุติธรรมภายหลังรับตำแหน่ง โดยจะยังคงสานงานเดิมของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ตามที่ท่านทำไว้ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. สั่งการให้ดำเนินการขับเคลื่อนกลไกการทำงานของรัฐบาลและงานต่างๆของกระทรวงยุติธรรม

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า จากนี้จะมุ่งเน้นการทำงานซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.งานปฏิรูปประเทศ 2.งานตามยุทธศาสตร์ชาติ และ3.งานด้านการปรองดอง โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา1ชุด โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมกับคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อดูเรื่องการปฏิรูปและการปรองดอง ดูเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งหมดนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการมา 2 สัปดาห์แล้ว

“สิ่งสำคัญที่จะทำในช่วงนี้ คือการทำงานร่วมกับผู้บริหารของกระทรวงยุติธรรมเพื่อปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะสม โดยปรับเรื่องยุทธศาสตร์ แผนกลยุทธ์ จะทำให้สอดรับกัน รวมทั้งให้สอดรับกับกลไกของรัฐบาล ทราบจากปลัดฯว่าผู้บริหารของกระทรวงยุติธรรมจะไปคุยกันในช่วงวันศุกร์-อาทิตย์นี้ เพื่อทำตรงนี้ให้สอดรับกับที่นายกรัฐมนตรีต้องการ” นายสุวพันธ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางยุทธศาสตร์ในปี 2560 ที่กระทรวงยุติธรรมต้องการทำให้เกิดความสัมฤทธิ์ผลในงาน 6 ยุทธศาสตร์ อาทิ 1.ยุทธศาสตร์ด้านปราบปรามยาเสพติด 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับสังคม 3.ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากฎหมาย 4.ยุทธศาสตร์ด้านคดีพิเศษ ยุทธศาสตร์ด้านการปรองดอง เป็นต้น

“หน้าที่หลักของผมที่มาอยู่ที่นี่เพื่อขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ กับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล โดยมาเร่งรัดให้เดินหน้าต่อไปได้” รมว.ยุติธรรม กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า งานเรื่องการปรองดองในส่วนของกระทรวงยุติธรรมนายกรัฐมนตรีได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับงานปรองดองจะเกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมเป็นหลักและกระทรวงยุติธรรมร่วมทำงานด้วย โดยทางกระทรวงยุติธรรมได้จัดทำกลยุทธ์ของงานปรองดอง พร้อมข้อมูลและข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่องานปรองดองจะส่งให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีต่อไป