ตรวจค้น 21 จุด ขุดรากแก๊งปลอมเพจหลอกชวนเทรดหุ้น รวบคนจีน-ไทย 26 ราย ของกลาง 30 ล้าน

31.10.23 | 14:07 น.

ตำรวจสอบสวนกลางเปิดปฏิบัติการ CIB Anti-Online Scam ขุดรากแก๊งปลอมเพจหลอกชวนเทรดหุ้น


เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย จเรตำรวจ, พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท., พ.ต.อ.อภิชน เจริญผล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.บก.ป. ปฏิบัติราชการ บก.ปอศ., พ.ต.อ.จักรกริช เสริบุตร รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ หอมหวล ผกก.1 บก.ปอศ., พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผกก.2 บก.ปอศ., พ.ต.อ.ธีรภา ยั่งยืน ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.นนทพัทธ์ ยอดแก้ว, พ.ต.ท.ภาสกร นภาโชติ, พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ และ พ.ต.ท.ชวลิต น้ำใจสัตย์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ.

ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหารวม 26 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.อ้ายเสี่ย หลิว (Ms.Aixia Liu) อายุ 48 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3628/2566 2.นายหลง หัวเปียว (Mr.Long Huabiao) อายุ 38 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3635/2566 และ 3.น.ส.สกุณา จันทร์สุข อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3636/2566

Advertisement

พร้อมกลุ่มขบวนการ ซึ่งทำหน้าที่สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม แบ่งกลุ่มหลอกลวงประชาชน ได้แก่ กลุ่มทำการโฆษณา กลุ่มชักชวนเหยื่อลงทุน กลุ่มหลอกลวงเหยื่อ และกลุ่มทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเทเงินในบัญชีผ่านบัญชีม้าอีก จำนวน 23 คน

กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน”

พร้อมของกลาง

1.เงินสดใน Bitkub 28 ล้านบาท
2.สมุดบัญชี 23 เล่ม
3.โทรศัพท์ 21 เครื่อง
4.ซิมการ์ด 19 ซิม
5.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต 3 เครื่อง
6.เงินสด 100,000 บาท
7.กล้องวงจรปิด
8.เอกสารอื่นๆ อีก 20 รายการ

รวมมูลค่าทั้งหมด 30,928,305 บาท

พฤติการณ์คือมีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ กรณีถูกหลอกให้ร่วมลงทุนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอศ.จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลจนทราบว่าคนร้ายมีพฤติการณ์สร้างกลอุบายเพื่อหลอกลวงเหยื่อผ่านเพจเฟซบุ๊กปลอมจำนวนมาก โดยมีการอ้างเป็น เพจเฟซบุ๊กของ “ร้านทองออโรร่า” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งยังใช้โลโก้ หรือเอกสารปลอมของร้านทองดังกล่าว ประกอบกับมีการโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย

เพจปลอม

ก่อนจะมีการชักชวนให้ลงทุนในการเทรดหุ้น ซึ่งมีการแบ่งเป็นแพคเกจต่างๆ โดยมีการการันตีระยะเวลาในการลงทุนแต่ละครั้งว่า ลงทุนเพียง 5-20 นาที จะได้ผลกำไรสูงถึง 20-30% และเมื่อเหยื่อหลงเชื่อตัดสินใจร่วมลงทุน

ช่วงแรกเหยื่อจะได้กำไรจริง สามารถถอนเงินออกมาได้ปกติ ยิ่งเพิ่มแรงจูงใจให้มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยบางรายมีการลงทุนสูงถึง 3.2 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าจะได้กำไรในระยะเวลาอันสั้น เมื่อเหยื่อลงทุนเงินจำนวนที่สูงขึ้น กลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ โดยกลุ่มคนร้ายได้ทำการสร้างเงื่อนไขไว้ เช่น ต้องชำระค่าแนะนำให้การเทรด หรือค่าภาษี หากต้องการถอนเงินที่ได้ลงทุน

จากกรณีดังกล่าวทำให้มีประชาชนหลงเชื่อและร่วมลงทุนเทรดหุ้น (ปลอม) จำนวนมาก เกิดเป็นความเสียหายเบื้องต้นเกือบ 4 ล้านบาท (เฉพาะที่มาแจ้งที่ บก.ปอศ.) เชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอื่นอีกจำนวนมาก เนื่องจากมีเงินโอนเข้าบัญชีม้าจำนวนมาก และมีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน แบ่งเป็น กลุ่มสร้างเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มทำการโฆษณา กลุ่มที่ชักชวนเหยื่อลงทุน กลุ่มหลอกลวงเหยื่อ และกลุ่มทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเทเงินในบัญชีผ่านบัญชีม้า นอกจากนี้ยังพบว่าเงินที่ได้จากการหลอกลวงบางส่วนมีการนำไปแปลงเป็นทรัพย์สิน แปลงเป็นสินค้าเพื่อส่งออกไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน และแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัล (CRYPTO CURRENCY) อีกด้วย เบื้องต้นพบเงินหมุนเวียนในบัญชีขบวนการนี้อีกกว่า 1,200 ล้านบาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 50 ราย และนำไปสู่การปฏิบัติการ CIB Anti -Online Scam : ขุดรากถอนโคนแก๊งปลอมเพจ หลอกชวนเทรดหุ้น

วันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการเข้าตรวจค้นจับกุมเป้าหมาย จำนวน 21 จุด ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, ชลบุรี, สุรินทร์, ชัยภูมิ และตาก สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 26 ราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่รับจ้างเปิดบริษัทให้กับนายทุนชาวจีน, ผู้ต้องหากลุ่มที่ทำหน้าที่เป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก, ผู้ต้องหาที่ทำหน้าแชตหลอกลวงผู้เสียหาย และผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่เปิดบัญชีรับโอนเงิน (บัญชีม้า)

ยึดของกลางได้จำนวนมากมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาและพยานหลักฐานต่างๆ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและยังมีทรัพย์สินอื่นที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่ม ยึดอายัดเพิ่มเติม

ตำรวจสอบสวนกลางจึงขอเตือนภัยประชาชนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์และมีความสนใจที่จะลงทุน โปรดระมัดระวังการเข้าไปคลิกหรือให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บุคคลที่ไม่รู้จัก หรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกให้ลงทุน เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น โปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ที่ https://market.sec.or.th/LicenseCheck/Search หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น SEC Check First ทั้งในระบบ iOS และ Android

ทั้งนี้ หากท่านมีเบาะแสในเรื่องการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่น่าเชื่อได้ว่ามีความผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสหรือหากถูกมิจฉาชีพหลอกลวงสามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ หรือแจ้งเบาะแสมายังตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)