ตัวท็อปชิงพรึบ! เลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ สปส.ต่อเวลาลงทะเบียนใช้สิทธิถึง 10 พ.ย.นี้

31.10.23 | 16:11 น.

เลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ ไม่ปัง สปส.ต่อเวลาลงทะเบียนใช้สิทธิถึง 10 พ.ย.นี้ ตัวท็อปชิงตำแหน่ง พรึบ

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ในวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2566 ซึ่งถือเป็นการเปิดให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิเลือกตัวแทนได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการก่อตั้งประกันสังคม เพื่อคัดสรรตัวแทนในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน และบริหารกองทุนประกันสังคมให้มีเสถียรภาพ โดยผู้มีสิทธิจะสามารถเลือกผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ฝ่ายละ 7 คน จากผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40 และนายจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมนั้น

ทั้งนี้ เดิมมีกำหนดการให้นายจ้างและผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมผ่านทาง www.sso.go.th หรือติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ตั้งแต่วันที่ 12-31 ตุลาคม 2566 และเปิดรับสมัครผู้แทนบอร์ดประกันสังคม วันที่ 25-31 ตุลาคม 2566 โดยจะมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 แต่ปรากฎว่าข้อมูลการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2566 ฝ่ายผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 รวม 399,954 คน จากผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ 12,831,713 คน และฝ่ายนายจ้าง ลงทะเบียนใช้สิทธิแล้ว 2,215 คน จาก 437,074 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก

ขณะที่ผู้ลงสมัครเป็นผู้แทนบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างมี 33 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 148 คน ล่าสุด วันนี้ในการประชุมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.กต.นจ.ผปต.) ที่ประชุมได้พิจารณาให้มีการเลื่อนวันปิดลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง และวันสมัครเป็นผู้แทนบอร์ดประกันสังคมออกไปถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ มีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตนจากทั้งฝ่ายนักวิชาการ ผู้นำแรงงาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้าร่วมสมัคร โดยในจำนวน 148 คน อาทิ นสพ.บูรณ์ อารยพล หรือ หมอบูรณ์ ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหว ในนาม “กลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน” ที่เรียกร้องให้ สปส. คืนเงินหรือกู้เงินสมทบชราภาพเพื่อเยียวยาบรรเทาความเดือนร้อนของผู้ประกันตนในช่วงวิกฤตโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา

Advertisement

โดยในครั้งนี้ นสพ.บูรณ์ สมัครรับเลือกตั้งในนาม “กลุ่ม 3 ขอต้องไปต่อ” โดยมีผู้สมัครรวมจำนวน 5 คน
นอกจากนี้ ยังมี “กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า” นำโดย นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) หนึ่งผู้ร่วมจดจัดตั้งและที่ปรึกษาปีกแรงงานพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยทีมงาน รวม 7 คน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ เจ้าตัวตั้งใจที่จะผลักดันให้ประกันสังคมให้เป็นรัฐสวัสดิการ ที่มีความเป็นประชาธิปไตย เป็นประกันสังคมที่ประชาชนพึ่งพาได้จริง ภายใต้สโลแกน “ประกันสังคมก้าวหน้า ก้าวแรกสู่รัฐสวัสดิการ”

ขณะที่ “กลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.)” นำโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ส่งสมาชิกในเครือข่ายเข้าร่วมสมัครรับเลือกตั้งเป็นบอร์ดประกันสังคม จำนวน 7 คน โดยกลุ่มมีจุดมุ่งหมายของการลงสมัครครั้งนี้ เพื่อยกระดับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33, 39 และ 40 ให้เท่ากัน โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่มักถูกมองว่า ไม่มีนายจ้างคุ้มครอง ทำให้ที่ผ่านมา ขาดหรือมีสิทธิประโยนช์ที่ด้อยกว่า และคาดหวังว่าจะมีตัวแทนจากผู้ประกันตนเข้าไปจะช่วยยกเครื่องคำนวนเงินสมทบใหม่ ดูแลการชดเชยการว่างงาน และสวัสดิการด้านสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ด้อยกว่าบัตรทอง 30 บาท แต่ฝั่งประกันสังคมรักษาไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบเอง และอยากให้ผู้ประกันตนสามารถไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ทุกโรงพยาบาลเช่นกัน

ยังมี “มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ ในฐานะแรงงานนอกระบบ” นำโดย น.ส.สุนทรี เซ่งกิ่ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นบอร์ดผู้ประกันตนหมายเลข 10 ที่มีความตั้งใจว่า ต้องการให้สิทธิประโยชน์ของทุกมาตราเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะมาตรา 40 เป็นข้อเสนอขององค์กรแรงงานนอกระบบตลอดมา คือ การคุ้มครองหญิงแรงงานนอกระบบหลังคลอด ระหว่างที่ให้นมลูกจะทำอย่างไรไม่ต้องให้ต้องรีบกลับไปทำงาน จึงควรได้รับค่าชดเชยไม่ต้องทำงานอย่างน้อย 3 เดือน แต่ยังมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ

ส่วน น.ส.อรอนงค์ นิธิภาคย์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นบอร์ดผู้ประกันตนหมายเลข 23 ประกาศว่า การลงทุนของกองทุนประกันสังคมส่วนใหญ่ จะเป็นทางอ้อมคือไปซื้อหุ้นกู้ ซึ่งต้องทำผ่านธุรกิจเป็นหลัก แต่ถ้าตนได้เข้าไปเป็นบอร์ดประกันสังคม จะเลือกการลงทุนทางตรงกับผู้ประกันตน โดยเฉพาะเรื่องของธนาคารแรงงาน เพื่อให้ผู้ประกันตน สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้โดยตรง