นักเรียนม.6 ร.ร.ทุ่งทรายวิทยา จ.กำแพงเพชร ศึกษาพระราชกรณียกิจ ในหลวง ร.9 ตั้งใจเดินตามรอยพระบาท

พรทิพย์ (ขวาสุด)-อรอุมา (คนกลาง)

เมื่อวันที่ 13 มกราคม สำหรับการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินมาเป็นวันที่ 74 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พบประชาชนจากทุกสารทิศทยอยเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแสงแดดจัด โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบถวายสักการะตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากเวลาปกติเปิดเวลา 08.00 น.

กลุ่มนักเรียนโรงเรียนทุ่งทรายวิทยา จ.กำแพงเพชร กว่า 50 คน ที่เดินทางมาพร้อมคณะครู น.ส.พรทิพย์ กลิ่นเทียน อายุ 19 ปี ชั้น ม.6 กล่าวว่า วันนี้ถึงจะเหนื่อยแต่ก็คุ้มค่ามากที่ได้มาสักการะพ่อหลวงสักครั้งในชีวิต คิดว่าพระองค์ทรงเหนื่อยเพื่อคนไทยมาเยอะมาก การที่เรามารอในวันนี้ยังเหนื่อยไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่พระองค์ทำให้พวกเราเลย

“รุ่นหนูไม่ทันได้เห็นทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยตาตัวเอง แต่ใช้วิธีการศึกษาจากหนังสือและโทรทัศน์ ทำให้รู้ว่าทำงานหนักมากจริงๆ และทรงไม่ย่อท้อเลย จากนี้จะตั้งใจสานต่อสิ่งที่พระองค์สอนและทำให้เป็นแบบอย่างให้มากที่สุด เชื่อว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่พระองค์มอบให้คนไทยอยู่ดีกินดีตลอดชีวิต ตอนนี้ที่บ้านจะปลูกผักทานเอง แบ่งขายบ้าง และยังใช้หลักเกษตรผสมผสานในพื้นที่รอบๆบ้าน ปลูกดอกบัวขายด้วย มีกินใช้พอดี พอเพียงทึกวันมีความสุขมาก” น.ส.พรทิพย์กล่าว

ขณะที่เพื่อนชั้นเดียวกัน น.ส.อรอุมา แก้วกระแสน อายุ 19 ปี กล่าวว่า ที่โรงเรียนจะสอนให้ปฏิบัติตามความพอเพียง เริ่มจากให้รู้จักการปลูกข้าว ปลูกพืชผัก ทานเอง ทำเป็นอาหารกลางวันและขายบ้าง ซึ่งที่บ้านก็ทำสวนทำไร่อยู่แล้ว เลยได้ความรู้จัดสรรพื้นที่ทำสวนผสมให้ได้ประโยชน์เกื้อกูลกัน โดยวันนี้ได้เข้าไปกราบพระองค์แล้วรู้สึกทั้งตื่นเต้น เพราะไม่เคยมีโอกาสได้รับเสด็จพระองค์เลย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พระองค์ทรงทำให้ชาวไทยก็อยู่ในใจแล้ว รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และใช้โอกาสนี้พนมมือขอพรให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ โดยตนจะตั้งใจอ่านหนังสือให้ดีที่สุด

นางสายพิน เพ็งสุข อายุ 51 ปี ประธานอาสาสมัคร อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี มากับเพื่อนบ้าน กล่าวว่า ในหลวง ร.9 เคยเสด็จฯ ไปตัดลูกนิมิตวัดพรหมรังษี จ.ลพบุรี และทรงปลูกต้นโพธิ์ เมื่อปี 2515 ซึ่งภายหลังที่พระองค์เสด็จสวรรคตชาวบ้านและทางวัดก็ได้จัดพิธีสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลถวาย มีพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 50 วัน และกำลังจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคมนี้ นอกจากนี้พระองค์ยังได้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขึ้นที่ จ.ลพบุรี ทำให้ประชาชนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียงได้รับประโยชน์อย่างมากมาย เพราะนอกจากช่วยป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้งได้แล้ว ยังช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้ปลูกผักทำการเกษตรมีอาชีพมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เย็นวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมาชาวลพบุรีจึงได้มาร่วมกันแปรอักษรเลข ๙ บนสันเขื่อน มีพระสงฆ์ 700 รูปสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งการได้มากราบสักการะพระบรมศพวันนี้ก็ยิ่งซาบซึ้งก็อธิษฐานขอให้พระองค์ปกปักรักษาประเทศไทยและให้คนไทยรักสามัคคีกัน

สายพิณ (คนที่ 3 จากขวา)
สายพิณ (คนที่ 3 จากขวา)

นางมนัญญา สิทธิสังข์ อายุ 48 ปี และนางประนม แอกประโคน อายุ 44 ปี เกษตรกรจาก อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ เดินทางเหมารถตู้มากันเองกับญาติพี่น้องจำนวน 11 คน กล่าวว่า ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงงานเพื่อลูกหลาน เรานับถือเหมือนพระองค์เป็นพ่อของเรา เป็นพ่อของแผ่นดิน ที่ผ่านมาไม่มีโอกาสได้เห็นพระองค์จริง แม้ทรงเคยเสด็จฯ มาที่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอำเภอใกล้เคียง แต่บ้านของเราอยู่ห่างไปหลายกิโลเมตร แต่เราก็รู้สึกได้ถึงความห่วงใยในประชาชนของพระองค์ เนื่องด้วยความแห้งแล้งของภาคอีสาน ทรงเห็นถึงปัญหาแล้วเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง ดังภาพที่เผยแพร่ออกมาเป็นผู้ชายนุ่งผ้าขาวม้านั่งที่พื้นดินแตกระแหงรับเสด็จพระองค์เมื่อหลายสิบปีก่อน กระทั่งทรงมีรับสั่งให้สร้างอ่างเก็บน้ำจนมีน้ำกิน น้ำใช้ เพียงพอทำเกษตรกรรมยังประโยชน์จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ตัวเองเป็นเกษตรกรได้น้อมนำทฤษฎีการทำนาของพระองค์มาใช้ รวมถึงได้เลี้ยงวัวควายนำมูลสัตว์มาทำเป็นปุ๋ยคอก งดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชผักไว้กินเองโดยไม่จำเป็นต้องปลูกเยอะ แต่ปลูกกันคนละชนิดกับเพื่อนบ้านในหมู่บ้านแล้วนำมาแลกเปลี่ยนกินกัน นอกจากนี้ยังใช้เวลาหลังเก็บเกี่ยวข้่าวทอเสื่อกกและทอผ้าไหมเอาไว้ใช้เอง ลดค่าใช้ได้อีกส่วนหนึ่ง ถือเป็นการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเดินตามรอยพ่อของแผ่นดิน

มนัญญา, ประนม, ณธพร แอกประโคน
มนัญญา, ประนม, ณธพร แอกประโคน

นางขันแก้ว ฟองสมุทร อายุ 64 ปี ชาวอ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านรวม 11 คน ซึ่งมาท้องสนามหลวงเป็นครั้งที่สอง หลังเคยนำกล้วยหอมทอง ลงมาแจกจ่ายแก่ประชาชนที่มาลงนามถวายอาลัย เมื่อปลายปีก่อน กล่าวว่า จำได้ว่าเมื่อตอนเด็กๆ น้ำท่วมเข้าบ้านตลอดปีละ 2 ครั้ง จนพระองค์สร้างเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลให้ ก็ไม่ท่วมอีกเลยแถมหน้าแล้งยังมีน้ำใช้ ปัจจุบันพื้นที่แม่แตงปลูกกล้วยหอม ลิ้นจี่ ขึ้นดีมาก เป็นสินค้าส่งออกทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ไม่มีน้ำท่วมชาวบ้านเลยมีรายได้ตลอดทั้งปีเลย ส่วนวันนี้เข้าไปด้านในพระที่นั่งก็คิดถึงพระองค์มากๆ นึกขอให้พระองค์ได้อยู่บนสรวงสวรรค์ ช่วยปกปักษ์รักษาประชาชนให้สงบสุขต่อไป

ขันแก้ว (ที่ 4 จากซ้าย)
ขันแก้ว (ที่ 4 จากซ้าย)

 

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อุ้ม’แอบลุ้นโกอินเตอร์ตาม’เมสซี่เจ’-แย้มปีหน้ามีโอกาสค้าแข้งต่างแดน
บทความถัดไปพ่อ-แม่สาวหล่อโดนอุ้มฆ่าร้องสภาทนายความช่วย เตรียมเอาผิดทั้งแพ่ง-อาญา