รองผู้ว่าฯ เช็กลิสต์ยิบ! ดูแลเด็กกทม.รับ ‘เปิดเทอม2’ เข้มใส่หมวกกันน็อก สั่งซาวด์เสียง ‘แต่งไปรเวต’

1.11.23 | 12:17 น.

รองผู้ว่าฯ เช็กลิสต์ยิบ! รับเปิดเทอม 2 ‘กทม.’ เตรียมความพร้อมดูแลทุกด้าน ย้ำ ผอ.เข้มใส่หมวกนักน็อก ชวนติดสติ๊กเกอร์ที่ชอบ – สั่งซาวด์เสียง ‘แต่งไปรเวต’ ลดค่าใช้จ่าย ให้สิทธิ

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย เขตสายไหม นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมโรงเรียนวันเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ร่วมกับ แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการศึกษา ผู้บริหารเขตสายไหม และผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายศานนท์กล่าวว่า โรงเรียนเปิดเทอมเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ รอคอย กรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมหลายด้าน อาทิ เรื่องความปลอดภัยเบื้องต้น เช่น ด้านการจราจร การสวมหมวกกันน็อก การเดินทางของเด็กๆ

“เพราะว่าหลายเดือนเขาหยุดไป ก็อาจจะเดินทางอีกแบบ พอกลับมาที่โรงเรียนก็อาจจะต้องกวดขันกันใหม่อีกรอบ เราจะเห็นว่าที่โรงเรียนจะมีการกวดขันเรื่องของการข้ามทางม้าลายและเรื่องการใส่หมวกกันน็อก รวมทั้งการขับรถด้วยความเร็วที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเรื่องการเมาไม่ขับ เด็กๆ เป็นส่วนสำคัญบางครั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่จะเชื่อลูกตัวเอง การที่ได้รับเรื่องราวหรือข้อมูลจากเด็กๆ ก็จะเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้การปลูกจิตสำนึกต่างๆ สำเร็จได้” นายศานนท์กล่าว

Advertisement

นายศานนท์กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการสวมหมวกกันน็อก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้เน้นย้ำกับผู้อำนวยการโรงเรียนว่า อยากให้รณรงค์กันให้ชัด เราได้รับการสนับสนุนหมวกกันน็อกมา 100,000 กว่าใบให้กับทุกโรงเรียน ก็คิดว่าทุกโรงเรียนต้องกวดขันให้ใส่กันทุกคน

“ปัจจุบันบางโรงเรียนทำได้ดีและบางโรงเรียนอาจจะต้องรณรงค์และขอความร่วมมือผู้ปกครอง รวมทั้งมีอาจารย์ที่เขาดูเรื่องเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมก็กำลังจะออกแบบ เช่น ให้เด็กติดสติ๊กเกอร์ที่เขาชอบ ให้เขารู้สึกเป็นเจ้าของเพิ่ม แล้วก็มีการอวดกันใส่ ใครใส่ถ่ายรูปลงโซเชียล เป็นต้น โดยหลังจากนี้จะมีมาตรการเพิ่มเติมมาช่วยทางโรงเรียนด้วย” นายศานนท์เผย

นายศานนท์กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องฝุ่น PM 2.5 ต้องเตรียมการและเน้นย้ำไปว่าเราจะมีเกณฑ์ค่าเฉลี่ยฝุ่นที่ละเอียดขึ้น จากประชุมร่วมกับทางเครือข่ายอากาศสะอาด และกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ทั่วโลกไม่ได้ใช้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ใช้ค่าเฉลี่ย 3 ชั่วโมง หมายความว่าในระหว่างวันถ้าเราใช้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง บางครั้งค่าฝุ่นจะดูดี แต่ในความเป็นจริงฝุ่นเข้ามาระหว่างวัน เด็กอาจสูดฝุ่นหรือควันพิษไปแล้ว ถ้าเราปรับมาตรการให้เหมาะสมขึ้นให้ค่าเฉลี่ยเป็น 3 ชั่วโมง หมายความว่าการปักธงของโรงเรียนจะต้องถี่ขึ้นเป็นทุก 3 ชั่วโมง ซึ่งมาตรการก็จะเป็นไปตามธงอยู่แล้วก็จะได้การแจ้งเตือนที่ละเอียดขึ้น และเชื่อว่าไม่ได้ไปเปลี่ยนพฤติกรรมมากเพราะว่าเป็นเรื่องของการชักธงปกติ แค่เป็นการทำให้ถี่ขึ้นและตามมาตรฐานของโลกมากขึ้นเท่านั้น

นายศานนท์กล่าวต่อว่า สำหรับการแต่งกายชุดไปรเวต ขณะนี้ให้ทุกโรงเรียนทำการประเมิน หัวใจคือเรื่องการลดค่าใช้จ่ายและเรื่องสิทธิเสรีภาพ ปัจจุบันเสียงตอบรับค่อนข้างดีบางโรงเรียนก็บอกว่าอยากทำบ้าง ในอนาคตหลายๆ โรงเรียนทั้งในสังกัด กทม. และนอกสังกัดก็น่าจะไปด้วยกันได้ ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าทำให้เด็กอยากมาโรงเรียน เด็กรู้สึกว่าพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนมีจริง และได้แสดงออกความเป็นตัวเขาด้านการแต่งกายด้วย

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีโรงเรียนในสังกัด จำนวน 437 โรงเรียน ได้กำหนดการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 พร้อมกันในวันพุธที่ 1 พฤศจิกายน 2566 โดยสำนักการศึกษา สำนักงานเขตและโรงเรียน ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนฯ ด้านต่างๆ ประกอบด้วย

1. สำนักงานเขตและโรงเรียน

1.1 ตรวจสอบสภาพกล้องวงจรปิด (CCTV ภายในโรงเรียนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียนให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ตรวจสอบการติดตั้งสายดินของเครื่องทำน้ำเย็น ทั้งนี้ประสานงานการไฟฟ้านครหลวงดำเนินการให้ครบทุกโรงเรียน
1.2 ตรวจสอบความพร้อมของอาคารเรียน ห้องเรียน เครื่องเล่นเด็ก สภาพแวดล้อม ความสะอาด และวัสดุการเรียนการสอน

2. ผู้อำนวยการสถานศึกษา

2.1 ควบคุมดูแล และกำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนโดยเคร่งครัด
2.2 กำชับผู้ปกครอง หรือผู้ประกอบการรถตู้ ที่ใช้รถตู้ในการรับ-ส่งนักเรียน ตรวจสอบภายในรถตู้ทุกครั้งเมื่อส่งนักเรียนที่โรงเรียนแล้ว

3. สำนักอนามัยและโรงเรียน เตรียมความพร้อมด้านสุขาภิบาลอาหารก่อนวันเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา ควบคุมดูแลการประกอบอาหารของแม่ครัว ความสะอาดของโรงอาหาร ภาชนะเครื่องใช้ และการจัดเก็บนมโรงเรียน ตลอดจนการจัดเก็บอาหารสด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปนปื้อนในอาหาร จนเกิดโรคอุจจาระร่วงหรือเป็นพิษได้

4. สำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ เตรียมความพร้อมสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ตลอดจนมาตรการในการเข้ารับวัคซีนทั้งผู้ปกครอง นักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร และผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียน เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

5. สำนักการจราจรและขนส่ง ตรวจสอบสัญญาณไฟกระพริบและทางม้าลายบริเวณหน้าโรงเรียนให้พร้อมใช้งาน รวมทั้งประสานงานกับกรมเจ้าท่าตรวจสอบท่าเทียบเรือเพื่อปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรง

6. สำนักเทศกิจและสำนักงานเขต ดูแลการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนอำนวยความสะดวกให้นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป

7. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมความพร้อมในการเข้าระงับเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น เหตุเพลิงไหม้หรือสาธารณภัยอื่นๆ ในบริเวณโรงเรียนหรือสถานที่ใกล้เคียง

8. สำนักงานเขต กำกับดูแลให้โรงเรียนในสังกัดดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง