‘พล.ต.ต.วิชัย’ แนะ ชลน่าน ทบทวนกฎหมายยาบ้า 10 เม็ดเป็นผู้เสพ ไม่ต้องรับโทษ

2.11.23 | 13:43 น.

‘พล.ต.ต.วิชัย ’ แนะ ชลน่าน ทบทวนกฎหมายยาบ้า 10 เม็ดเป็นผู้เสพไม่ต้องรับโทษ เห็นด้วยสมัย ‘อนุทิน’ กำหนด 1 เม็ด

จากกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมออกกฎกระทรวงกำหนดให้ผู้ที่มียาเสพติดประเภทที่ 1 เมทแอฟเฟตามีน หรือยาบ้า ในครอบครองไม่เกิน 10 เม็ด ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้เสพ และต้องเข้ารับการบำบัดการติดยาเสพติด ซึ่งหลังจากนั้น ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่าอาจจะเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้ครอบครองยาเสพติดเพื่อเสพ ได้รับบทลงโทษในฐานะเพียงผู้เสพ ที่ได้รับการบำบัดแต่ไม่ต้องรับโทษ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า กฎหมายของพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 กำหนดโทษของยาเสพติดไว้ตามลำดับคือ เสพ ครอบครองเพื่อเสพ ครอบครองเพื่อจำหน่าย จำหน่าย และผลิต ซึ่งโทษจะมีความหนักขึ้นตามลำดับ เว้นแต่การเป็น ‘ผู้เสพ’ ให้ถือเป็นผู้ป่วย ต้องเข้ารับการบำบัดแทนการจำคุก โดยกฎหมายที่ใช้อยู่ในตอนนี้กำหนดว่า มียาบ้า 15 เม็ด

ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อการเสพ ซึ่งจะต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำและปรับ แต่ไม่ได้มีการกำหนดตัวเลขการเสพ เพราะถ้าไม่พบเม็ดยาแค่พบว่ามีสารในร่างกายก็ถือว่าเป็นผู้เสพแล้ว ฉะนั้น หากเราจะแก้ปัญหาเรื่องการเสพติด ก็จะต้องทำให้ยาเสพติดน้อยลง จากนั้นผู้เสพก็จะน้อยลงความต้องการยาเสพติดก็น้อยลง แต่การกำหนดว่า 10 เม็ดเป็นเพียงผู้เสพ ก็ทำให้ยาเสพติดจะเพิ่มขึ้น จากที่เดิมที่อาจจะมีไว้เสพเพียง 1 เม็ด ก็จะมียาเสพติดมากขึ้นแต่ไม่ให้เกิน 10 เม็ด

“ทำไมไม่คิดว่าถ้าจะกำหนดจำนวนยาเสพติดเพื่อเสพ ก็ต้องกำหนดไว้น้อยๆ อย่างเช่น 1 เม็ด ถ้ามากกว่านั้นก็ให้เป็นการครอบครองเพื่อเสพ ที่จะมีบทลงโทษ ถ้าหากกลัวจะล้นคุก ก็ต้องไปสร้างคุกเพิ่ม ตอนนี้คนติดคุกในเรือนจำมากกว่า 80% เป็นเรื่องยาเสพติด

Advertisement

ดังนั้น ถ้ารู้ว่ายาเสพติดเป็นพิษภัยในการก่ออาชญากรรม แล้วอยากกำหนดจำนวนเพื่อการเสพจริงๆ ก็ควรกำหนดให้น้อยที่สุด เช่น 1 เม็ด แล้วถ้ามากกว่านั้นก็ให้เป็นการครอบครองเพื่อเสพ” พล.ต.ต.วิชัยกล่าว

พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า หากมียาเสพติดไม่เกิน 10 เม็ดแล้วเป็นผู้ป่วย ก็ต้องไปบำบัด แต่คำถามคือสถานที่จะบำบัดเพียงพอหรือไม่ โดยสถานบำบัดจะต้องมีแพทย์ มีนักจิตวิทยา มีขั้นตอนให้คนเลิกยาได้ขาดจริงๆ แต่ถ้าบำบัดแค่เพียงให้เขาเลิกใช้ยา แล้วก็ปล่อยเขาออกมาเข้าสังคม เขาก็ไม่ได้เลิกขาดจริงๆ ต้องไปเอาสถิติมาดูกันเลยว่าหลังจากออกจากการบำบัดแล้ว คนเลิกยาเสพติดได้กี่เปอร์เซ็นต์

เพราะตอนนี้คนใช้ยาเสพติดในไทยมีราวๆ 3 ล้านคน อยู่ในคุกไปแล้วประมาณ 5 แสนคน ฉะนั้น 2.5 ล้านคนที่ยังอยู่ในสังคม ถ้าให้คนเสพไม่เกิน 10 เม็ดเป็นผู้ป่วย สุดท้ายก็จะออกมาก่อเรื่องอีก เท่ากับว่ากำลังเอาประชาชนเป็นเหยื่อ และเอาความสะดวกสบายของผู้คุมเรือนจำที่มีหน้าที่อยู่แล้ว

พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า การจะปราบปรามยาเสพติด เราก็รู้กันดีว่าสารตั้งต้นผลิตยา ถูกส่งออกไปจากประเทศไทย สู่ประเทศเพื่อนบ้าน ผลิตแล้วส่งกลับเข้ามาในไทย คำนวณคราวๆ มีคนไทยเสพยาบ้า 3 ล้าน ยาบ้าราคาเม็ดละ 50 บาท ถ้าเสพแค่คนละ 1 เม็ด วันหนึ่งก็เผาเงินกันไป 150 ล้านบาทแล้ว ฉะนั้น หน้าที่รัฐบาลต้องไปคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้น พร้อมกับตั้งแนวสกัดกั้นที่ชายแดน ที่เรารู้กันอยู่แล้วว่ามีด่านตรงไหนบ้าน ไปจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ต้องช่วยกันสกัดกั้นให้หมด

“ที่สำคัญการกำหนด 10 เม็ดคือผู้ป่วย จะเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรีดไถ่มากขึ้น ถ้าจับได้เกิน 10 เม็ด ก็เอาเงินให้ตำรวจ ลดให้เหลือ 9 เม็ด ถือเป็นผู้เสพแล้วไปบำบัด แล้วถ้าไม่มีที่บำบัดก็จะเข้าสู่ชุมชนเหมือนเดิม ถ้าจะแก้คือผู้เสพไม่ต้องกำหนดเม็ด เพราะการเสพคือการเข้าสารเข้าร่างกายอยู่แล้ว เมื่อตรวจปัสสาวะเจอว่าเสพ ก็ถือเป็นผู้เสพแล้วไม่ต้องไปกำหนดจำนวนเม็ดการครอบครองไว้ที่ 10 เม็ด หรือถ้าจะพูดเรื่องเสพก็ควรกำหนดให้น้อยที่สุด” พล.ต.ต.วิชัยกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยประกาศไว้สมัยที่เป็น รมว.สาธารณสุข ว่า 1 เม็ดเป็นผู้เสพ ถ้า 2 เม็ดขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ครอบครองเพื่อเสพ พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า ในขณะนั้นท่านประกาศไว้ว่า 1 เม็ดคือผู้เสพ ต้องเข้ารับการบำบัด ถ้ามี 2 เม็ดขึ้นไปให้สันนิษฐานว่าเป็นการครองครอบเพื่อเสพ ก็จะต้องเข้าไปรับโทษ แล้วถ้ามากกว่า 15 เม็ด ก็ถือเป็นการครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งโทษจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

“จริงๆ ไม่อยากให้กำหนดตัวเลขการเสพ เพราะเมื่อเสพก็คือเสพ แล้วเราจะไปกำหนดจำนวนทำไม แล้วถ้ามีความจำเป็นต้องกำหนดเม็ดจริง ก็ควรเอาแค่ไม่เกิน 1-2 เม็ด ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องเป็นการครอบครองที่จะได้รับโทษ ต่อไปคนก็จะไม่กล้าซื้อมากกว่านั้น ก็จะทำให้เสพน้อยลง แต่ถ้าไปกำหนดว่า 10 เม็ด ก็ซื้อทีละ 9 เม็ด เสพได้เพลินใจ” พล.ต.ต.วิชัยกล่าว

เมื่อถามย้ำว่าเห็นด้วยว่าการลดจำนวนการครอบครองเพื่อเสพจาก 15 เหลือ 10 เม็ดเป็นเรื่องที่ดี พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า ตนมองว่าการครอบครองเพื่อจำหน่ายกำหนดไว้ที่ 10 เม็ดเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ควรกำหนดผู้เสพว่าไม่เกิน 10 เม็ด เพราะจะมีคนใช้ข้ออ้าง 9 เม็ดได้ ถ้าจะให้ดีคือกำหนดจำนวนผู้เสพไว้ที่ 1 เม็ด ถ้ามากกว่านั้น ให้เป็นผู้ครอบครองเพื่อเสพ ถ้าเกิน 15 เม็ดก็เป็นการครอบครองเพื่อจำหน่าย แบบนี้จะดีกว่า

เมื่อถามว่า นพ.ชลน่าน ควรทบทวนเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า ควรทบทวน เพราะถ้าออกกฎหมายนี้มา จะเป็นตราบาปของท่าน ตราบาปของประเทศ และเป็นบาปให้กับประชาชน คุณจะเป็นคนทำให้ยาเสพติดมากขึ้น คนติดยาเสพติดมากขึ้น