เปิดสถิติบำบัดยาบ้า พบอายุต่ำกว่า 14 ปี เพิ่มขึ้น ส่วนที่หายแล้วกลับมาใหม่กว่า 700 คน
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่อาคารพิพิธภัณฑ์โรงพยาบาล (รพ.) ศรีธัญญา นพ.บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การศึกษาคาดว่าจะมีผู้ติดยาเสพติดในประเทศไทยประมาณ 2-2.5 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ได้เข้าบำบัดรักษาใน รพ. ประมาณ 100,000 คน ส่วนที่เหลือเป็นการบำบัดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดว่า ผู้เสพเป็นผู้ป่วย ดังนั้นไม่ว่าเป็นผู้เสพ หรือผู้ขายก็จัดอยู่ในกระบวนการที่จะต้องดูแลเหมือนกัน
นพ.บุรินทร์กล่าวว่า กรณีการตั้งมินิธัญญลักษณ์ในทุกจังหวัด ไม่จำเป็นต้องให้จิตแพทย์ไปนั่งดูแลทุกรายแต่ใช้ระบบการดูแลแบบผสมผสานเช่น การดูแลทางไกลและให้มีบุคลากรด้านอื่นๆ เข้ามาร่วมดูแลผู้ป่วย เพื่อดูแลผู้ติดยาเสพติดระยะยาว ทั้งนี้ หลังบำบัดจะสำเร็จหรือไม่ ก็มีปัจจัยหลายอย่าง อันดับแรกคือการเข้าถึงบริการที่เร็ว หากมีโอกาสรับการประเมินคัดกรองโดยใช้ชุมชนก็มีโอกาสที่จะฟื้นฟูกลับมาได้เร็ว ขณะที่อัตราการกลับมาเป็นซ้ำขึ้นกับหลายปัจจัย 1.ได้รับการบำบัดที่เร็วหรือไม่ ปัญหาเสพหนัก เสพนาน มีอาการทางจิตหรือไม่ ถ้าไม่ได้เสพนานไม่เสพหนัก ไม่มีอาการทางจิต โอกาสหายเร็วมากขึ้น 2.แรงสนับสนุนของเพื่อน หมายถึงชุมชน คนรอบตัว คนใกล้ตัว ใกล้ใจ ผู้สนับสนุนมีการสื่อสารหรือมีรูปแบบการดูแลอย่างไรให้รู้สึกปลอภัย 3.มาตรการทางกฎหมายและสังคม ทำอย่างไรให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่กระตุ้น และ 4.การติดตามต่อเนื่องโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง สาธารณสุข ชุมชนช่วยดูแล อาจมีกระบวนการหลายอย่างที่เกิดขึ้น จึงจะบอกได้ว่าจะสำเร็จมากหรือน้อย เนื่องจากมีปัจจัยหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนที่แตกต่างกัน
“กรณีผู้เสพเป็นผู้ป่วยจิตเวชรักษาไม่หาย มีประมาณ 30% หรืออาจมากกว่านั้น ปัจจัยสำคัญคือเสพหนัก เสพนาน จะกลายเป็นมีอาการทางจิต สำคัญที่สุดคือใช้มากน้อยแค่ไหนต่อวัน ใช้นานแค่ไหน ซึ่งอาจเกิดเป็นปี ปริมาณมากหรือน้อยยังถกเถียง แต่มากหมายความว่า เริ่มมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ประเภทของสารเสพติดเป็นส่วนหนึ่งที่เราเจอบ่อย คือ ยาบ้า ส่วนตัวอื่นๆ ก็เจอในสัดส่วนที่ลดหลั่นลงมา” นพ.บุรินทร์กล่าว
ถามกรณีอายุน้อยสุดมาบำบัดยาบ้า นพ.บุรินทร์กล่าวว่า อายุน้อยที่สุดบอกรายละเอียดไม่ได้ แต่วันนี้มีอายุน้อยกว่า 12-15 ปีมีมากขึ้น
เมื่อถามว่าการบำบัดในเด็กแตกต่างกับคนอายุมากหรือไม่ นพ.บุรินทร์กล่าวว่า คนอายุน้อยการเข้าถึงบำบัดรักษาต้องมีญาติ ซึ่งมีกระบวนการที่ซับซ้อน เพราะญาติก็เป็นคนติดยาเหมือนกัน เรื่องกระบวนการคุ้มครองสิทธิเด็กกลุ่มนี้อาจต้องคุยกันให้ลึกขึ้น เพราะเด็กเป็นอนาคตของชาติ
“นับตั้งแต่เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย มีเข้ามารับบริการเยอะขึ้นมาก น่าจะมาจากการมีเครือข่ายทำให้เกิดกระบวนการกระตุ้นเกิดความสนใจเรื่องนี้มากขึ้น สร้างกลไกขึ้นมารองรับ เยอะมากกว่าเดิมหลายเปอร์เซ็นต์ แต่การเข้าถึงมากขึ้น” นพ.บุรินทร์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ปี 2566 เดือน ม.ค.-ต.ค. ใช้ยาบ้าร่วมยาอื่น 2,035 คน อายุน้อยสุด 0-14 ปี จำนวน 6 คน อายุ 15-19 ปี จำนวน 72 คน อายุ 20-24 ปี จำนวน 211 คน อายุ 25-29 ปี จำนวน 468 คน อายุ 30-34 ปี จำนวน 489 คน อาชีพพบพฤติกรรมเสพยาบ้ามากสุดคือว่างงาน 879 คน รับจ้าง 794 คน ผู้เข้ารับการบำบัดครั้งแรก 1,238 คน บำบัดซ้ำ 797 คน

