หน้าแรก ในประเทศ ชาวนาแม่สายหว...

ชาวนาแม่สายหวั่นขาดแคลน รวมตัวขอชลประทานแก้ปัญหาน้ำก่อนเริ่มทำนาปรัง

13.01.17 | 18:20 น.

วันที่ 13 มกราคม 2560 กลุ่มชาวนาจากพื้นที่หลายตำบลในอ.แม่สาย .เชียงราย เช่น .แม่สาย .เกาะช้าง ฯลฯนำโดยนายแก้ว เกดุกได้ไปรวมตัวกันบริเวณลานหน้าหมู่บ้านปิยะพรตรงกันข้ามสำนักงานชลประทานที่ 2 แม่สายเพื่อแสดงพลังในการเรียกร้องไปยังสำนักงานชลประทาน .เชียงรายให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำเพื่อการทำนาและขอให้มีการจัดสรรเครื่องสูบน้ำไปใช้เพื่อสูบน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของเกษตรกรในฤดูทำนาปรังนี้ด้วยเนื่องจากในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ฤดูการทำนาปรังแล้วแต่ยังคงมีปัญหาเรื่องการผันน้ำสู่พื้นที่ทำนาอยู่

กลุ่มชาวบ้านระบุว่าในปี 2559 ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาการจัดหาแหล่งน้ำจากชายแดนไทยเมียนมา เพราะ .แม่สาย ตั้งอยู่ติดกับ .ท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมาโดยมีลำน้ำสายเป็นพรมแดนและลำน้ำนี้เองที่มีการผันไปใช้เพื่อการเกษตรแต่ปรากฎว่า ชาวบ้านฝั่งท่าขี้เหล็กเคยออกมาชุมนมต่อต้านไม่ให้มีการสร้างฝายกั้นน้ำในลำน้ำสายเพราะจะทำให้ลำน้ำกัดเซาะอีกฝั่งรวมทั้งเป็นสาเหตุของน้ำท่วมและถึงขั้นเคยมีการใช้เครื่องจักรคือรถแบคโฮเข้าขุดตักฝายกั้นน้ำที่ชาวบ้านฝั่งไทยทำขึ้นออก จนทำให้หน่วยงานภาครัฐของไทยและเมียนมาต้องหารือเพื่อหากันถึง 2 ครั้งจนได้ทางออกด้วยการให้ทุกฝ่ายยุติการดำเนินการในช่วงนั้นไปก่อน แต่ตอนนี้ใกล้ฤดูทำนาอีกแล้ว จึงเกิดปัญหาไม่สามารถผันน้ำได้อีก เพราะเดิมไม่ได้มีการวางวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จในระยะยาว โดยเพียงแต่ให้ยุติการชุมนุมและการรื้อถอนฝายออกเท่านั้น เกรงว่าหากไม่มีการผันน้ำหรือกักเก็บน้ำจากลำน้ำมาใช้ในช่วงนี้จะไม่ทันต่อฤดูทำนาปรังจึงขอให้ทางสำนักงานชลประทานซึ่งเคยรับปาก ช่วยผันน้ำให้เพียงพอ รวมทั้งขอให้หาเครื่องสูบน้ำมาบริการชาวบ้านด้วยเพราะอาจไม่สามารถทำฝายกั้นได้เหมือนเดิมอีกเนื่องจากเป็นปัญหาระหว่างประเทศ

201701131656221-20021028190531

จากนั้นนายชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 2 แม่สายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ารับเรื่องจากชาวบ้านและได้หารือกับตัวแทนชาวบ้านจนได้ข้อยุติว่าทางเจ้าหน้าที่ชลประทานจะเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการขุดลอกคลองส่งน้ำโดยชาวบ้านขอให้ขุดลงไปให้ลึกประมาณ 1.5 เมตรเพื่อให้ปริมาณน้ำเพียงพอ เนื่องจาก มีความลึกเพียงประมาณ 1 เมตรและได้มีการผันเข้าสู่คลองส่งน้ำในฝั่งไทยจำนวน 3 จุดโดยจุดแรกผันสู่พื้นที่ทางการเกษตรกว่า 20,000 ไร่มีปริมาณน้ำประมาณ 4,051 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแต่จุดที่ 2 ผันเข้ามาได้เพียง 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ต้องเลี้ยงพื้นที่ทางการเกษตรกว่า 5,000 ไร่ และจุดที่ 3 ได้เพียง 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีและต้องเลี้ยงพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 5,000 ไร่เช่นกัน ทำให้กลุ่มชาวบ้านพอใจและแยกย้ายกันกลับ