สาวผวา กรี๊ดลั่น เจอชายขับรถหรูไล่บี้ ซิ่งปาดหน้า พุ่งชนยับ ครอบครัวอ้างป่วยจิต

3.11.23 | 12:25 น.

สาวผวา กรี๊ดลั่น เจอชายขับรถหรูไล่บี้ ซิ่งปาดหน้า พุ่งชนยับ ครอบครัวอ้างป่วยจิต พ้อ โทรแจ้ง 191 เจอตอบกลับไม่มีใครเจ็บ ไม่สามารถไปดูได้ 

จากกรณีมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ขับรถไล่ชนกันบนสะพานเจษฎาบดินทร์ จ.นนทบุรี โดยผู้โพสต์ ระบุข้อความว่า “ชนกันดื้อๆ แบบนี้ก็ได้เหรอ พิกัด จ.นนทบุรี ทางขึ้นสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา ตี 4 ของวันที่ 2 พฤศจิกายน มึงจะอ้างว่าเมา หรือกร่างมาจากไหน ใหญ่มาจากไหนไม่รู้ ทำสันดานแบบนี้กูรับไม่ได้”

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายวรภพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้เสียหายและผู้โพสต์ซึ่งเป็นเจ้าของรถที่ได้รับความเสียหาย พร้อมกับ น.ส.พลอย (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เสกสรร จเรเขทกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บางศรีเมือง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมหลังเกิดเหตุเมื่อเวลา 04.40 น. บริเวณสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ถนนท่าน้ำ-วัดโบสถ์ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ก่อนจะเดินทางเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์อินเตอร์

นายวรภพให้การว่า เมื่อเวลา 04.40 น. ของวันที่ 2 พฤศจิกายน ได้ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค ทะเบียน กทม. มากับ น.ส.พลอย แฟนสาว โดยขับมาตามถนนท่าน้ำ-วัดโบสถ์ มุ่งหน้าสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ถึงบริเวณเชิงสะพานดังกล่าว ได้มีรถเก๋ง ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู ทะเบียนปทุมธานี มีชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 35 ปี ขับตามมาแล้วแซงขึ้นหน้า และหยุดรถขวางหน้ารถของตน และขับรถพุ่งชนด้านหน้ารถทำให้ได้รับความเสียหาย จึงได้ขับรถถอยและขับหลบหนี ส่วนชายผู้ก่อเหตุได้ขับรถตามหลังมาแต่ไม่ทัน

Advertisement

นายวรภพกล่าวต่อว่า หลังจากตนเลิกจากงานแวะรับประทานอาหารย่านเกษตรแล้ว ตนมีแพลนตั้งใจว่าจะเดินทางไปทำวัตรเช้าที่วัดสังฆทาน ย่านถนนพระรามห้า ปรากฏว่าระหว่างที่ขับรถผ่านถนนเลี่ยงเมืองนนท์เพื่อขึ้นสะพานเจษฯ ตนก็ไม่รู้ว่ารถคู่กรณีวิ่งมาจากทางไหน จู่ๆ ก็ขับมาไล่ตามแล้วเปิดไฟสูงใส่ ตนจึงพยายามขับรถหลบชิดซ้ายให้เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย

นายวรภพกล่าวอีกว่า ระหว่างนั้นตนจึงขับรถหลบหนีเข้าไปในซอยแห่งหนึ่ง แต่ก็ถูกคู่กรณีขับรถไล่ตามเข้าซอยมาอีก จึงรู้ว่าไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจพยายามขับรถขึ้นสะพานเจษฯไป ในใจก็คิดว่าจะขับรถหนีไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจที่โรงพัก ระหว่างที่ขับรถขึ้นสะพานเจษฯมาปรากฏว่า รถคู่กรณีขับแซงขึ้นไปก่อนจะกลับรถอย่างกะทันหัน แล้วเร่งเครื่องกลับรถเข้ามาพุ่งชนรถของตนอย่างจัง

นายวรภพกล่าวว่า จนทำให้รถเก๋งของตนที่เพิ่งถอยออกมาใหม่ไม่ถึง 3 เดือนพังยับ โดยเฉพาะช่วงหน้าหม้อน้ำแตก และยังทำให้ตนถูกสายเบลท์รัดจนเจ็บหน้าอกและหน้าท้อง

ซึ่งหลังเกิดเหตุคู่กรณีได้หลบหนีด้วยการเรียกรถแท็กซี่หลบหนีไป ประเด็นที่ว่าคู่กรณีอ้างว่าป่วยทางจิตนั้น ตนคิดว่าคงไม่ใช่ เพราะถ้าหากป่วยจิตจริง ทั้งการขับรถตามเข้าซอย ทั้งการขับรถแซงขึ้นไปปาดหน้าแล้วกลับรถพุ่งมาชน รวมทั้งการเรียกรถแท็กซี่หลบหนีหลังก่อเหตุ ตนว่าเขามีสติครบถ้วนมากกว่า

นายวรภพกล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเหตุ ตนได้ติดต่อผู้ก่อเหตุอีกครั้งหนึ่ง โดยติดต่อผ่านทางแม่ของผู้ก่อเหตุ ซึ่งทางผู้ก่อเหตุไม่ยอมออกมาคุยด้วย ซึ่งตอนที่เกิดเหตุนั้น ไม่ได้มีการด่าทออะไรกันเลย และตนไม่ทราบด้วยว่าเขามีอาวุธหรือไม่ เพราะตอนเกิดเหตุเขาจับไปที่กระเป๋ากางเกง ตนกลัวจึงขับรถหนี

นายวรภพกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ อยากให้ตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ และตนรู้สึกน้อยใจตำรวจ 191 เป็นอย่างมาก เพราะตอนเกิดเหตุ ตนโทรไปแจ้ง 191 แต่ปลายสายตอบกลับว่า เหตุที่แจ้งมา ยังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ยังไม่มีใครได้รับความเสียหาย และไม่สามารถไปดูเหตุให้ได้นะครับ ซึ่งตนอยากจะร้องไห้กับคำพูดของตำรวจ ซึ่งตนอยากจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

รถที่ถูกชน

นายวรภพกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้ตนรู้จักการเอาตัวรอดเฉพาะหน้า เพราะตนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครจะมาทำอะไรกับตน เพราะไม่ได้มีเรื่องกันมาก่อน ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตน ญาติเขาบอกว่าเขาป่วยเป็นโรคทางจิต ตนก็อยากฝากบอกถึงคนที่มีผู้ป่วยลักษณะแบบนี้ให้ดูแลลูกหลานที่ป่วยให้ดีกว่านี้ อย่าปล่อยให้ออกมาเจอผู้คน หรือถ้าจะออกมาก็ต้องมีคนมาควบคุมดูแล เพราะปล่อยเขาออกมาคนเดียวก็จะเกิดเหตุการณ์แบบที่เกิดกับตน

ด้าน น.ส.พลอยกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนทั้งตกใจและหวาดกลัว ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตน ตอนนี้ร่างกายได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าและขา เนื่องจากกระแทกถูกคอนโซลหน้ารถ ตนผวาทุกครั้งที่มีรถเข้ามาใกล้ตัว อยากฝากถึงคนที่ญาติป่วยแบบนี้ให้ควบคุมดูแลอย่าปล่อยให้ออกมาทำความเดือดร้อนให้กับคนอื่นแบบที่ตนและแฟนเจอ

ทางทนายของผู้เสียหาย ระบุว่า ทางครอบครัวผู้ก่อเหตุ บอกว่าผู้ก่อเหตุมีอาการป่วย มีสภาวะทางจิต ต้องไปพิสูจน์กัน แต่จากการตรวจสอบพบสารเสพติดในร่างกาย และในฐานะที่เป็นทนายความมา 20 ปี ไม่เคยเจอว่าผู้ป่วยจิตเวชเสพสารเสพติด เคยเจอแต่เสพสารเสพติดแล้วไปทำร้ายผู้อื่น

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเหตุและข้อมูล ทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อ นายวรเมธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี จึงรีบติดตามไปยังบ้านพัก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ กทม. พบผู้ก่อเหตุให้การรับว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่ญาติอ้างว่าผู้ก่อเหตุป่วยทางจิตเวช อยู่ระหว่างรักษา จึงขอตรวจสอบหลักฐานต่างๆ แล้วตรวจวัดแอลกอฮอล์

และตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ พร้อมกับส่งตัวผู้ก่อเหตุไปให้แพทย์ โรงพยาบาลศรีธัญญา ตรวจสภาพทางจิตและรอผลแพทย์วินิจฉัย โดยจากเหตุการณ์ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งหลังจากได้รับผลตรวจร่างกายจากแพทย์อาจมีการตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

รถที่ชน