วันที่ 13 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้นำชุมชนพร้อมชาวบ้าน หมู่ที่ 1, 2 และ 3 ตำบลชะไว และหมู่ที่ 1, 2 และ 3 ตำบลตรีณรงค์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง จำนวนกว่า 200 คน ที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาหาสู่กันระหว่างหมู่บ้านผ่านจุดกลับรถบ้านป่า บนถนนสายเอเซียหมายเลข 32 กิโลเมตรที่ 60+930 ได้ออกมารวมตัวทวงถามถึงความคืบหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางราชการว่าได้ดำเนินการคืบหน้าอย่างไร เพื่อให้ชาวบ้านผู้ใช้เส้นทางเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากที่ผ่านมาจุดกลับรถดังกล่าวเป็นจุดกลับรถที่อันตรายกับผู้ใช้เส้นทาง เพราะรถที่วิ่งผ่านใช้ความเร็วสูง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งในและนอกเทศกาลอยู่เป็นจำนวนมาก จนชาวบ้านขนานนามกันว่าจุดกลับรถร้อยศพ โดยมีว่าที่ร.ท.อรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอไชโย นายสมหมาย ศรีสุวรรณ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอ่างทอง (ฝ่ายปฏิบัติการ) พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไชโย เจ้าหน้าที่ทหารชุดรักษาความสงบ ชุดที่ 2 พร้อมผู้นำชุมชน ร่วมประชุมหารือทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

นางสุนันท์ กันวิชา อายุ 53 ปี ชาวบ้านผู้ใช้เส้นทาง กล่าวว่า จุดกลับรถบ้านป่าเป็นจุดกลับรถที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุกับผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เนื่องจากจุดกลับรถดังกล่าวเป็นทางโค้งผู้ขับขี่มองเห็นไม่ชัดเจนประกอบกับขับขี่มาด้วยความเร็วจึงเบรคไม่ทัน ส่งผลทำให้เกิดอุบัติเฉี่ยวชนกับรถชาวบ้านที่ข้ามไปมาระหว่าง 2 หมู่บ้าน จนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อ 2 วันก่อนก็เกิดอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์จนชาวบ้านเสียชีวิตคาที่ 1 ราย ที่ผ่านมาคนในครอบครัวของตนเองก็ต้องมาสังเวยชีวิตตรงจุดกลับรถดังกล่าวมาหลายศพแล้ว จึงอยากจะวอนให้กรมทางหลวงช่วยดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และขออย่างให้ใครมาสังเวยชีวิตตรงจุดกลับรถแห่งนี้อีก

ด้านว่าที่ร.ท.อรรถชล กล่าวว่า จากการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชน ได้รับแจ้งจากแขวงทางหลวงอ่างทอง ว่าได้ทำการลงพื้นที่ศึกษาจุดกลับรถดังกล่าวสรุปว่าจะสร้างเป็นอุโมงค์ให้รถลอดผ่านระหว่าง 2 หมู่บ้าน โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการเขียนแบบและบรรจุเข้าแผนเพื่อของบประมาณมาก่อสร้างอุโมงค์รถลอด ในปีงบประมาณ 2561 จึงต้องขอให้ชาวบ้านอดทนรออีกหน่อย โดยระหว่างนี้จะทดลองปิดจุดกลับดังกล่าวเป็นเวลา 4 เดือน โดยให้ชาวบ้านไปกลับรถบริเวณจุดกลับรถหน้าสถานีตำรวจภูธรไชโย และจุดกลับรถก่อนถึงโรงไฟฟ้าแทนไปก่อน เพื่อทดลองและดูผลกระทบว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ รวมถึงอัตราการเกิดอุบัติลดลงหรือไม่ หากชาวบ้านมีความเดือดร้อนก็จะเปิดจุดกลับรถ และหามาตรการอื่น ๆ เพื่อให้ชาวบ้านข้ามไปมาระหว่าง 2 หมู่บ้านได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน และชาวบ้านได้ใช้เวลาพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านนานกว่า 2 ชั่วโมง จนชาวบ้านยอมรับข้อเสนอและเข้าใจระเบียบของทางราชการ จึงได้แยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านต่อไป

