เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มกราคม นพ.ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมเจ้าหน้าและตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งผลิตหมูยอแห่งหนึ่ง บริเวณถนนพระพุทธบาท 6 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพหมูยอมีซากอึ่งอ่างติดอยู่ภายใน อ้างว่าได้ซื้อหมูยอมาจากร้านค้าแห่งหนึ่งในตลาดบ้านเนินสง่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกระทั่งทราบถึงแหล่งผลิต จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบพบว่า เป็นร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองเพชรบูรณ์ หลังร้านได้ทำเป็นแหล่งผลิตหมูยอ ระหว่างเข้าตรวจสอบไม่พบคนงาน พบเพียงลูกสะใภ้ของร้านอาหารดังกล่าว
น.ส.พนิดา สอนทองมา เจ้าของร้านอาหาร กล่าวว่า การผลิตหมูยอจะมีพี่เขยเป็นคนตีแต่ขบวนการบดอัดแท่งจะมีลูกน้อง 1 คนชื่อนายอ๊อด ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ขณะนี้เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา ได้บอกนายอ๊อดไปว่าไม่ต้องกลับมาแล้ว เพราะเลิกผลิตหมูยอแล้วเนื่องจากไม่มีเวลาและคนงานก็หายาก ประกอบกับมีลูกค้ามารับประทานอาหารที่ร้านเป็นจำนวนมาก

“ครั้งแรกก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะไม่ได้ตามข่าวบังเอิญมีเพื่อนส่งมาให้อ่าน จึงโทรไปหาคนงานที่ทำ แต่ติดต่อไม่ได้ หมูยอยี่ห้อดังกล่าวเป็นของที่ออกจากแหล่งผลิตนี้จริง จะมีออเดอร์สั่งมาถึงจะมีการผลิต เนื่องจากมีลูกจ้างเพียงคนเดียว หากงานยุ่งๆ ก็จะปล่อยให้คนงานอัดแท่งหมูยอเพียงคนเดียว ส่วนใหญ่คนในบ้านจะไปช่วยงานอยู่ที่ร้านอาหาร”
เนื่องจากแหล่งผลิตดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตและไม่มี อย. จึงได้แจ้งให้ยุติการผลิตและหากจะมีการผลิตต้องดำเนินการอนุญาตให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน ส่วนสาเหตุที่พบอึ่งอ่างในหมูยอน่าจะอยู่ที่ขั้นตอนการบรรจุหมูยอลงในกระบอก เพราะมีการสวมถุงพลาสติกใส่กระบอกเตรียมไว้เป็นจำนวนมาก วางอยู่กับพื้นจึงอาจจะทำให้อึ่งคลานเข้าไปในกระบอกก็เป็นได้
นพ.ชัยวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตาม พ.ร.บ.อาหารขายตามท้องตลาดต้องผ่านการตรวจและเลข อย.ให้ และที่เป็นข่าวนั้นมี 2 ลักษณะคือ 1.มีการปลอมปนหรือว่าเจือปนสิ่งอื่นเข้าไปตามที่เป็นข่าว และ2.ไม่มีสลากเลขอาหารและยากำกับ อย. วันนี้จึงลงมาดูแหล่งผลิตที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน แต่เป็นเหมือนอุตสาหกรรมในบ้าน ขายส่งไปให้ร้านค้าตามจำนวนออเดอร์เป็นครั้งคราว ทางเจ้าของบอกว่าไม่มีการผลิตแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ ตำรวจสภ.เมืองเพชรบูรณ์ ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับกำหนดประเภทและชนิดอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่าย หรือที่จำหน่ายซึ่งจะต้องมีฉลาก ข้อความในฉลาก และเงื่อนไขและวิธีการแสดงฉลาก ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการโฆษณา ปรับไม่เกิน 30,000 บาทและหากพบความเป็นครั้งที่สองก็จะมีโทษจำคุกเพิ่มเข้ามาอีกด้วย

