ชัชชาติ ตั้ง ‘พรพรหม’ เป็นเฮด ‘ดูความยั่งยืน’ เหมือนทั่วโลกมี เน้นหัวใจสู้ฝุ่น เลี่ยงใช้รถส่วนตัว

4.11.23 | 17:12 น.

ชัชชาติ แต่งตั้ง ‘พรพรหม’ เป็น CSO หัวเรือดูแลความยั่งยืน เหมือนสิงคโปร์ พร้อมสู้ฝุ่น ใช้ขนส่งมวลชนให้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่สำนักงานเขตบึงกุ่ม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยเรื่องฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า จะเห็นได้ว่าปัจจุบันยังไม่มีการเผาชีวมวลมาก แต่เป็นฝุ่นที่มาจากรถยนต์โดยตรง เราวัดฝุ่นเป็นไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งถ้าอากาศไม่เปิด ฝุ่นจากรถยนต์ในกรุงเทพฯ อยู่ประมาณ 20-30 มคก./ลบ.ม. ก็จะเป็นสีเขียวหรือเหลือง แต่พออากาศเริ่มปิดอย่างเช่นวันนี้อากาศปิด ฝุ่นรถยนต์เหมือนเดิม แต่จะเพิ่มมาเป็นประมาณ 50-60 มคก./ลบ.ม. คือเริ่มสีเหลือง สีส้มตามมาตรฐานใหม่ ส่วนอนาคตถ้าเกิดมีฝุ่นจากด้านนอกมา เช่น เผาชีวมวล บวกรถยนต์ บวกอากาศปิด ค่าฝุ่นก็จะเป็น 90 หรือ 100 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง

นายชัชชาติกล่าวว่า ตอนนี้ กทม.มีเรื่องที่ดำเนินการอยู่ คือ ตรวจรถควันดำ และในช่วงที่ 2-3 วันผ่านมา ได้มีการตรวจเพิ่มเติม

“ลองตรวจรถที่ตรวจควันดำว่ายังปล่อย PM2.5 อยู่หรือไม่ พบว่ายังปล่อยอยู่เป็นปริมาณมาก เพราะว่าจริงๆ แล้วการตรวจควันดำที่ใช้กระดาษกรองไปวัดค่าฝุ่น อาจจะเป็น PM10 รถธรรมดาก็ยังปล่อยฝุ่น PM2.5 ออกมาอยู่”

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวว่า หัวใจของการต่อสู้กับ PM 2.5 ตอนนี้คือการลดการใช้รถยนต์ ใช้ขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น รวมทั้งอาจจะต้องใช้รถที่อาจจะมีคุณภาพที่ดีหรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ปล่อย PM 2.5 น้อยลง ซึ่งเป็นมาตรการที่ต้องหารือร่วมกับหลายภาคส่วน กทม.หน่วยงานเดียวคงไม่สามารถลดจำนวนรถยนต์ในกรุงเทพฯ ได้ ต้องร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพยายามลดการใช้รถยนต์และใช้ขนส่งมวลชนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะลด PM2.5 ในเบื้องต้นได้ ส่วนการเผาชีวมวล ในระยะยาวคงต้องร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ทั้งกระทรวงเกษตรฯ หรือกรมควบคุมมลพิษในการกำกับเรื่องการเผาชีวมวล

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ได้แต่งตั้งให้ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. เป็น Chief Sustainability Officer หรือ CSO เป็นเรื่องสำคัญที่ทั่วโลกทำ อย่างประเทศสิงคโปร์ โดยเรื่องความยั่งยืนไม่ได้เป็นเรื่องของสำนักหรือเขตใดเขตหนึ่ง เป็นเรื่องการปฏิบัติในหลายภาคส่วน การมีหัวหน้าคนหนึ่งมาดูแลภาพรวมเชิงนโยบาย เพื่อให้นโยบายและแผนสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกัน

“ที่เราตั้ง CSO ขึ้นมา เพื่อให้การดูเรื่องความยั่งยืน มีความสอดคล้องกัน มีนโยบายและแผนไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม การสั่งการจะอยู่ที่ผู้รับผิดชอบของหน่วยงาน” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นายพรพรหม กล่าวเสริมว่า มิติสำคัญคือเรื่องของการป้องกันสุขภาพพี่น้องประชาชน ขณะนี้สำนักการศึกษาได้ทำการสำรวจมาแล้วว่าห้องเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3 ทั้งหมด 1,700 ห้อง ติดตั้งแอร์แล้ว 800 ห้อง ซึ่งสำนักการศึกษาได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการซื้อเครื่องฟอกอากาศแล้ว

“ห้องที่มีแอร์ก็สามารถติดตั้งได้เลย เพื่อปกป้องสุขภาพสำหรับนักเรียน ส่วนสำนักอนามัยได้เตรียมพร้อมโดยลงพื้นที่ในเรื่องการให้ข้อมูลชุมชน แจกหน้ากากอนามัย สำนักการแพทย์เตรียมคลินิกปลอดฝุ่นใน 8 โรงพยาบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่” นายพรพรหม กล่าว

อ่านข่าว : ลุ้นเปิดถึงตี 2 ‘ร้านอาหารพ่วงเหล้า’ ในกทม. ชัชชาติ ย้ำใช้ AI แก้ปัญหา ‘ตีกินใบอนุญาต’