ตำรวจท่องเที่ยว 1 ขยายผล จับกุมเจ้าของยาเสพติดมูลค่ากว่า 30 ล้าน

4.11.23 | 21:46 น.

ตำรวจท่องเที่ยว 1 ขยายผล จับกุมเจ้าของยาเสพติดมูลค่ากว่า 30 ล้าน


พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รองผบช.ภ.8 รรท.ผบช.ทท. พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร วรวรรณ ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท.1 พ.ต.ท.นิมิตร จรรยาลักษณ์ สว.กก.1 บก.ทท.1 นำกำลังจับกุม น.ส.อธิสิรี หรือ โบว์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีโดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ยาอี) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำเพื่อการค้า มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ ๒ (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำเพื่อการค้า”พ.ต.อ.ปิยรัช เปิดเผยว่าสืบจากเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 จับกุม นายวิพากษ์ หรือ อ๊อฟ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี พร้อมของกลาง คีตามีน รวมน้ำหนักประมาณ 66 กิโลกรัม นำส่ง สน.เทียนทะเล ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ปิยรัช กล่าวว่าสืบสวนขยายผล พบว่ายังมียาเสพติดอีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ ภายในห้องพักย่านซอยสะแกงาม 5 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร จึงขออนุมัติหมายค้นต่อศาลเพื่อเข้าทำการตรวจค้น ต่อมาร่วมกันนำหมายค้นของศาลอาญาธนบุรี ที่ 552/2566 ลงวันที่ 27 ตุลาคม ตรวจค้นห้องพักดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบคีตามีน 48 กิโลกรัม , ยาอี 2,057 เม็ด จึงตรวจยึดยาเสพติดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม

พ.ต.อ.ปิยรัช กล่าวอีกว่า จากน้ันเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทท.1 รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จนรายละเอียดอย่างอื่นที่เกี่ยวข้อง จนระบุตัวตนเจ้าของยาเสพติดมูลค่ากว่า 30 ล้านคือ น.ส.อธิสิรี หรือ โบว์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อขออนุมัติหมายจับน.ส.อธิสิริ หรือ โบว์ ต่อศาลอาญาธนบุรี

Advertisement

ผกก.1 บก.ทท.1 ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา ศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับ น.ส.อธิสิริ หรือ โบว์ ความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ยาอี) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำเพื่อการค้า มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำเพื่อการค้า”

พ.ต.อ.ปิยรัช กล่าวว่าต่อมา พล.ต.ต. ศักย์ศิรา สั่งชุดจับกุมจึงลงพื้นที่ไล่ล่าตัวผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวฯ อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสืบทราบว่า น.ส.อธิสิรี หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งและย้ายสถานที่ซ่อนตัวไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการยากต่อการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งวันที่ 4 พ.ย. ชุดจับกุมสืบทราบว่า ผู้ต้องหาเข้าพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จึงเข้าจับกุม พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย