เพื่อนครูแพะหลอกถามซื้อรถเก่าจนสารภาพเผยสำนวนหละหลวมเกินไป
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพูดคุยกับ นายเสน่ห์ สุพรรณ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นเพื่อน นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เป็นผู้ต้องคดีถูกศาลพิพากษาตัดสินให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เป็นคดีในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อปี 48 และได้รับอภัยโทษเมื่อปี 58 รวมติดคุก 1 ปี 6 เดือน โดยนางจอมทรัพย์ มีการร้องขอความช่วยเหลือไปยังกระทรวงยุติธรรมจนมีการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ 16 มกราคม นี้
นายเสน่ห์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมเพื่อนในกลุ่มไม่ปักใจเชื่อว่า นางจอมทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวจะขับรถเดินทางไปยามค่ำคืนในที่อื่น โดยเฉพาะต่างจังหวัด เพราะในแต่ละวัน ชีวิตประจำวันของนางจอมทรัพย์เดินทางแค่บ้าน โรงเรียนและธุระตัวเมืองสกลนคร โดยเฉพาะทะเบียนรถ โตโยต้า ไมตี้เอกซ์ บค 56 สกลนคร ไม่มีรอยบุบรอยชน จึงรวมกลุ่มเพื่อนสืบเสาะเรื่องราวในทันที เพราะมั่นใจว่าเพื่อนไม่ได้ขับรถไปชนใครเสียชีวิต จึงลงพื้นที่ไปสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ก็ทราบว่าเห็นรถกระบะชนจริงเห็นผู้ชายเดินลงจากรถด้วย ก่อนจะขับรถออกไป จำได้แต่ บค 56 จังหวัด สีรถไม่ทราบเพราะมืดค่ำ ต่อมาทราบว่า บค 56 จังหวัดนครพนม เป็นรถสีแดง ส่วน บค 56 มุกดาหาร เป็นสีเขียว จึงตัดทะเบียนจังหวัดนครพนมออกไป คงเหลือแต่ป้ายมุกดาหาร เพราะสีรถที่ติดในจักรยานคนเสียชีวิตเป็นสีเขียว จากนั้นจึงเดินทางไปตามชื่อที่อยู่ของผู้ครอบครองที่จังหวัดมุกดาหารแต่ไม่พบเจ้าตัว เพราะว่าไม่ได้อยู่ที่จังหวัดมุกดาหารแล้ว ระหว่างนั้นตอนศาลอุทรณ์ยกฟ้องนางจอมทรัพย์พวกตนจึงหยุดการตามหาเพราะไม่เห็นเจ้าตัว
ต่อมาหลังจากนางจอมทรัพย์ ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก จึงเริ่มติดตามใหม่โดยการไปที่เดิมจนพบบุคคลที่เจ้าของรถรถ บค 56 มุกดาหาร เป็นผู้ชายสูงใหญ่ สูง 175 เซนติเมตร ซึ่งตรงกับคำให้การของพยานที่เกิดเหตุ แต่ตอนนั้นไม่กล้าพูดเนื่องจากหวั่นว่าจะไปกล่าวหาคนอื่น จึงใช้เพื่อนชายและหญิงเข้าไปตีสนิท โดยมีเพื่อนของชายคนดังกล่าวที่พวกตนสงสัยเข้าไปด้วยเพื่อให้สนิทใจ ก่อนจะไปมาหาสู่กันและทำทีถามซื้อรถเก่า จนกระทั่งชายคนที่เป็นเจ้าของรถ บค 56 มุกดาหาร สารภาพว่า เป็นคนที่ขับรถไปชนคนปั่นจักรยานจนเสียชีวิต หลังหยุดรถและลงมาดูคนที่ชนแต่เห็นแน่นิ่ง ประกอบกับคนเริ่มมุงหวั่นว่าจะไม่ปลอดภัยจึงรีบขับหนี จากนั้นนำรถไปซุกป่าอ้อยและขายทิ้ง แล้วลงไปอยู่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะกลับมาอยู่ที่จังหวัดมุกดาหารเมื่อปี 53 จึงทำให้ไขข้อกระจ่างว่า คดีนี้เพื่อนของตัวเองตกเป็นแพะแน่นอน จนมีการไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไปชี้ที่เกิดเหตุเพื่อสารภาพ เพราะสำนึกผิด ต่อมาศาลสั่งให้นายสับ วาปี อายุ 59 ปี เจ้าของรถ กระบะ Isuzu บค 56 มุกดาหาร ชดใช้ค่าเสียหาย 170,000 บาท ให้กับญาติผู้เสียชีวิต
นายเสน่ห์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตนพร้อมเพื่อนได้หาหลักฐานมาขัดแย้งจนได้ และเห็นตัวผู้กระทำผิดตัวจริงด้วย เป็นการล้างบาปที่ไม่ได้ก่อไว้ให้กับเพื่อน ทั้งนี้ไม่ขอกล่าวติเตียนฝ่ายใด แต่คงต้องเป็นบทเรียนว่าคดีแต่ละคดี บางครั้งเราจะพึ่งแต่ทนายไม่ได้เลย และสำนวนของพนักงานสอบสวนก็หละหลวมจนเกินไป หลังจากนี้ไปคงเป็นดุลพินิจของศาลในการพิจารณาอันมิอาจก้าวล่วงได้

