ปส.ทลายเครือข่ายค้ายารายใหญ่เชียงราย ยึดยาบ้าได้มากกว่า 12 ล้านเม็ด

9.11.23 | 12:41 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ บช.ปส. ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รรท.ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ รรท.รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 พ.ต.อ.วิทัศน์ บริรักษ์ รรท.ผบก.สกส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่จำนวน 3 คดี ยึดยาบ้า 11,540,000 เม็ด ยึดทรัพย์มูลค่า 8,690,000 บาท


คดีแรก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ก.พ.66 ตำรวจ บก.สกส. ร่วมกับ บก.ขส. ได้มีการจับกุม นายวิฑูรณ์ และพวกอีก 5 คน พร้อมยาไอซ์ 200 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จากการขยายผลทราบว่าเครือข่ายของนายวิฑูรณ์ ที่เคลื่อนไหวอยู่ใน จ.สระบุรี มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ทางภาคเหนือเพื่อนำไปส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง และใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตาม

กระทั่งช่วงบ่ายของวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา สามารถจับกุม นายอาทิตย์, นายณคฤตห์, นายจักรพรรณ, น.ส.ทวีวรรณ, น.ส.ศุภมาส และ น.ส.ปรารถนา ได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 12 หมู่ 9 ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมยาบ้า 7,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้อง โดยสารและท้ายกระบะ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย เข้าตรวจค้นบ้านพักจำนวน 7 จุด เบื้องต้นตรวจยึดรถยนต์ 3 คัน, อาวุธปืน GLOCK 2 กระบอก และอื่นๆ ไว้ตรวจสอบมูลค่ากว่า 8,690,000 บาท

คดีที่ 2 ตำรวจ ปส.2 ร่วมกับ ตำรวจทางหลวง ได้ทำการสืบสวนขยายผลหลังจับกุมขบวนการค้ายาทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ไปส่งลูกค้าในเขตพื้นที่ตอนใน โดยจะใช้รถยนต์ 2 คันในลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวน และเฝ้าติดตาม กระทั่งกลางดึกของวันที่ 4 พ.ย. พบรถยนต์เป้าหมายทั้งสองคัน ในเขตพื้นที่ จ.สกลนคร ขับตามกันมุ่งหน้า จ.อุดรธานี ต่อเนื่อง จ.ขอนแก่น เมื่อรถยนต์เป้าหมายทั้งสองคันขับขี่เข้ามาพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจสอบ แต่รถเป้าหมายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่ขับหลบหนี ชุดจับกุมจึงประสานตำรวจทางหลวงตั้งจุดตรวจจุดสกัดในเขตพื้นที่และข้างเคียง กระทั่งตำรวจทางหลวง 2 กก.4 แจ้งว่าพบว่าพบรถเป้าหมายบริเวณริมทางหลวงหมายเลข 229 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น จึงนำกำลังเข้าตรวงสอบพบ นายนัตชัย เป็นผู้ขับขี่ ตรวจคันภายในรถพบยาบ้า 2,540,000 เม็ด ส่วนรถยนต์อีกคัน ถูกจอดทิ้งอยู่บริเวณข้างคลองน้ำบ้านหัวสระ ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในสภาพยางล้อหลังซ้ายแตก ตรวจสอบไม่พบบุคคล หรือสิ่งของที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

Advertisement

คดีสุดท้าย ตำรวจ ปส. 4 ทำการสืบสวนเครือข่ายรับจ้างลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ พบมีการติดต่อกันผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ต่อมาทราบว่าไปรับยาเสพติดในพื้นที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี มาพักไว้ในพื้นที่ อ.บางปู จ.สมุทรปราการ เพื่อเตรียมส่งต่อไปยังภาคใต้ในพื้นที่ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต

กระทั่งวันที่ 6 พ.ย.66 พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขณะขับรถมุ่งหน้าพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้เส้นทางรอง เพื่อเลี่ยงด่านตรวจยานพาหนะ ชุมพร ชุดจับกุมจึงเฝ้าสะกดรอยติดตาม พบว่ามีรถยนต์จำนวน 2 คันลักษณะขับนำ และมีรถกระบะตู้ทึบเป็นที่ซุกซ่อนยาเสพติด โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 41 จนมาถึง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ก่อนจะเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย และตรวจสอบพบยาบ้า 2,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถกระบะตู้ทึบ จากนี้ ตำรวจ ปส.จะสอบสวนขยายผลเพื่อติดตามออกหมายจับบุคคล ในเครือข่ายและยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ต่อไป

พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ระบุว่า ทั้ง 3 คดี นี้เป็นการขยายผลการจับกุมเครือข่ายพระพุทธบาท เมื่อวันที่ 3 พ.ย. มาจนถึงวันที่ 6 พ.ย. ที่เข้ามาจากทางประเทศเพื่อนบ้านส่งขายยังภาคกลางและภาคใต้ จับกุมยาบ้า 11,540,00 เม็ด ผู้ต้องหา 13 คน รถยนต์ 8 คัน ปืน 2 กระบอก ยึดทรัพย์กว่า 9 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมามีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ป.ป.ส. กอ.รมน. ในการสกัดกั้นกลุ่มผู้ค้ามาโดยตลอด ซึ่งก็จะมีการดำเนินการขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดเครือข่ายนี้และทุกเครือข่ายมาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับเดือน ตุลาคม 2566 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด รายสำคัญ 15 คดี ผู้ต้องหา 22 คน ของกลาง ยาบ้า 21,836,340 ล้านเม็ด, ไอซ์ 748.52 กก. เฮโรอีน 15.17 กก, และตรวจยึดทรัพย์ไว้ตรวจสอบมูลค่าประมาณ 103,854,167 ล้านบาท