สอบ5ชม. แจ้งข้อหาเสี่ยบิ๊ก ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิด นำตัวพร้อมโชเฟอร์ผลัดฟ้องศาลอาญาพระโขนงพรุ่งนี้

10.11.23 | 20:18 น.

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ สน.พระโขนง พนักงานสอบสวนได้มีการเรียก นายวุฒิภัทร จันทริทรากร หรือเสี่ยบิ๊ก เจ้าของรถบรรทุกและ นายศักดิ์มงคล ทาสะโก หรือ บอย อายุ 29 ปีคนขับรถบรรทุก 10 ล้อ เข้ามาสอบปากคำจากกรณีที่มีรถบรรทุกน้ำหนักเกินจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุถนนยุบตัว โดยมี พล.ต.ต.สุวิชชา จินดาคำ ผู้บังคับการตำรวจจราจร พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (รรท.ผบก.น.5) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมสอบปากคำ โดยได้มีการสอบปากคำตั้งแต่ 13.00น.

ต่อมาเวลา 18.05 น.ตำรวจ สน.พระโขนง ภายหลังการสอบปากคำ กว่า 5 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายศักดิ์มงคล ทาสะโก หรือบอย อายุ 29 ปี คนขับรถบรรทุกคันเกิดเหตุ ออกจากบริเวณห้องประชุม ชั้น 4 ของโรงพัก ลงไปพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากร ในความผิด 2 คดี คือ ขับรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และข้อหาเดิม คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

ขณะควบคุมตัวนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายศักดิ์มงคลว่ามีความเครียดหรือไม่ และทราบไหมว่าขับรถบรรทุกที่บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และก่อนที่จะขับออกมาจากไซต์ก่อสร้างมีคนช่างน้ำหนักหรือควบคุมดูแลอยู่หรือไม่ นายศักดิ์มงคลตอบเพียงสั้นๆว่าไม่เครียด และไม่ทราบว่าตนเองขับรถบรรทุกที่บรรทุกมีน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด ซึ่งระหว่างนั้นไม่มีใครควบคุมดูแลอยู่

จากนั้นได้เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายวุฒิภัทร จันทรินทรากร หรือ เสี่ยบิ๊ก อายุ 32 ปี ลงไปพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติฯ พร้อมแจ้งข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระความผิดฯ

นายวุฒิภัทร กล่าวว่า กรณีที่ได้พาดพึงถึง เสี่ยอั่งเป่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เป็นชื่อลูกของตนและที่มาของชื่อ เสี่ยบิ๊ก เป็นทำธุรกิจไม่ขึ้นจึงไปดูดวง และได้มีหมอดูบอกว่าให้เปลี่ยนชื่อเป็นเสี่ยบิ๊ก จนกระทั่งเป็นข่าวดังโด่ง ส่วนเรื่องสติกเกอร์นั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับส่วยใดทั้งสิ้น เนื่องจากตนมีชื่อเป็นอักษรตัวบีอยู่แล้ว ประกอบกับตอนนั้นเกิดวันพุธซึ่งเป็นสีเขียว เอยากเป็นดาวรุ่งจึงใช้สัญลักษณ์ดาวสีเขียวดังกล่าว

Advertisement

นายวุฒิภัทร กล่าวอีกว่า ตอนนั้นมีหลักฐานทุกอย่างเนื่องจากทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2561 ได้มีหลักฐานว่าติดสัญลักษณ์ดังกล่าวมานานแล้ว และยืนยันว่าไม่ใช่ป้ายเคลียร์ หรือป้ายส่วยใดๆ ทั้งสิ้น ติดไว้เพื่อเวลาไปเอาดินในสถานที่ต่างๆจะได้รู้ว่าเป็นรถของใคร โดยตนนั้นมีรถบรรทุกทั้งหมด 3 คัน และมีสัญลักษณ์ดาวเขียวติดอยู่ทั้งหมด ทั้งนี้สิ่งที่พูดมีหลักฐานทั้งหมด โดยส่งมอบให้กับตำรวจทั้งหมดแล้ว

ส่วนกรณีที่มีการถ่ายเทน้ำมันออกจากรถคันที่เกิดเหตุนั้น เนื่องจากขณะเกิดเหตุถังน้ำมันแตกและเกิดการรั่ว กลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำซ้อนเกิดขึ้น หากน้ำมันเมื่อไหลลงถนนแล้วจะเกิดการลื่นได้หากมีรถจักรยานยนต์ขับผ่านมา แล้วตนก็ไม่ทราบว่ารถที่บรรทุกมานั้นมีน้ำหนักเกิน เพราะเวลาตักดินงั้นจะใช้วิธีกะๆเอาไม่ได้มีตาชั่งซึ่งตนได้มีการวิ่งรถเส้นนี้มานาน แล้วก่อนที่จะมีการเปิดฝาท่อเพื่อนำสายไฟลงดิน และตนยืนยันว่าทุกอย่างที่ตนพูดมานั้นมีหลักฐานทั้งหมดไม่ใช่พูดลอยๆ และได้ส่งหลักฐานไว้กับทางตำรวจทั้งหมดแล้ว

ด้านนายเสกสรรค์ ศรีหิรัญยางกูร ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้ที่เป็นข่าวขึ้นเพราะเกิดจาที่มีการเปิดปิดนำสายไฟลงไปทุกวัน ซึ่งตอนนั้นให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบ คานเหล็กที่ปิดฝาท่อนั้นรับน้ำหนักได้หรือไม่ ในส่วนของน้ำหนักเกินก็ว่าไปตามกฎหมาย ส่วนฝาท่อปิดไม่สนิทและเรื่องของคานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นเรื่องนี้มีการตรวจสอบด้วยเช่นกัน

เบื้องต้นทาง เจ้าหน้าที่ได้มีการปล่อยตัวให้ทั้ง 2 ราย กับเนื่องจากทั้ง2 มีการเข้ามารายงานตัวตามหมาย และตำรวจจะนำตัวไปผลัดฟ้องที่ศาลอาญาพระโขนงในวันที่ 11 พฤศจิกายน