วิกฤตที่มากับอุทกภัยครั้งใหญ่ นอกจากความเสียหายของบ้านเรือน ทรัพย์สินสิ่งของน้ำพัดพาสูญไป คือปัญหาด้านสุขภาพและสารพัดโรคที่มากับน้ำ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ซึ่งมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ไปให้การรักษาแก่ประชาชนที่ยากจนและเข้าไม่ถึงการรักษาเป็นประจำทุกเดือน จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะต้องลงไปให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัย
นายแพทย์พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่าทางทางภาคใต้ว่าเกิดวิกฤติน้ำท่วม จึงเป็นกังวลและเห็นใจคนป่วยที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นนั้น เพราะว่าคนไข้บางคนอาจจะมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน โรคเบาหวาน ฯลฯ ต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีโรคอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจากน้ำท่วม ซึ่งที่ผ่านมามีคนไข้ไม่น้อยที่ไม่สามารถออกจากบ้านมาหาแพทย์ได้ โรงพยาบาลบ้านแพ้วจึงปรึกษากันและจัดหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยประสานงานกับ ทีมของเขตสุขภาพที่ 5 ซึ่งเป็นฝ่ายจัดการกำหนดพื้นที่สำหรับลงไปช่วยเหลือ ที่บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 12-14 มกราคมที่ผ่านมา โดยอาศัยพื้นที่ภายในวัดธงชัยธรรมจักร แถวบ้านกรูด เป็นที่ตั้งของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การรักษาพยาบาลกับผู้ประสบภัย

นายแพทย์พรเทพ กล่าวต่อว่า ทีมที่ลงไปมีแพทย์ 1 คน พยาบาลจากกองอุบัติและฉุกเฉิน ทั้งที่เป็นพยาบาลชำนาญการ 3 คน และทีมสนับสนุนอีก 7 คน เตรียมพร้อมเผื่อรับมือกับผู้ป่วยฉุกเฉิน เช่นในกรณีที่ผู้ป่วยหยุดหายใจ
“มีเคสหนึ่งผู้ป่วยหยุดหายใจ เกิดขึ้นในตอนกลางคืนญาติผู้ป่วยช่วยกันพาเข้ามา เราจึงรีบใส่ท่อช่วยหายใจช่วยเหลือทันที ปรากฎว่าเกิดเหตุไฟดับขณะกำลังช่วยเหลือผู้ป่วย ทำให้แพทย์ต้องทำงานกันอย่างทุลักทุเล แต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี”
นายแพทย์พรเทพ กล่าวอีกว่า คนไข้ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น2กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่คนไข้จะต้องรับยาเดิมหรือรับยาต่อเนื่อง เช่นโรคเบาหวาน ซึ่งเราก็แนะนำว่าไม่ควรขาดยา กลุ่มที่2 คือเกิดจากสภาวะที่เกิดตอนน้ำท่วม เช่น อุบัติเหตถูกลวดบาด หรือโดนกิ่งไม้ อาจจะทำให้แผลติดเชื้อได้ ทางทีมแพทย์ได้เตรียมชุดทำแผลจำนวน 200-300 ชุด นอกจากใช่ช่วยทำแผลในพื้นที่แล้วยังต้องเตรียมเผื่อไว้สำหรับคนไข้ที่หลังจากมาพบแพทย์แล้วต้องลุยน้ำกลับบ้าน ซึ่งกรณีนี้เราจะสอนวิธีการใช้ชุดทำแผลให้กลับไปทำต่อที่บ้าน
นายแพทย์พรเทพ ทิ้งท้ายว่า ทีมแพทย์เคลื่อนที่ที่ลงพื้นที่ไปนี้เป็นทีมแรก ซึ่งจะมีการส่งทีมอื่นๆ ลงไปสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะคลี่คลาย

ด้าน นางกนกวรรณ เส็งคำภา หัวหน้าชุดปฏิบัติการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว กล่าวว่า สองวันแรกที่ไปตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่วัดธงชัยธรรมจักร มีคนไข้เข้ามารับการรักษาเป็นร้อยราย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ลึกยากจะเข้าถึงและยังไม่มีหน่วยแพทย์อื่นเข้ามา
“เราอยู่ที่นี่ 2 วัน ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องบาดแผล บางรายเป็นโรคเรื้อรัง บางรายมาด้วยโรคเครียด นอกจากนี้ยังมีโรคน้ำกัดเท้า โรคที่มาจากน้ำ โรคท้องเสีย โรคผิวหนัง หลังจากนั้นเราก็ได้รับคำสั่งว่า ให้เข้ามาช่วยเป็นหนึ่งในชุดปฏิบัติการ ร่วมกับโรงพยาบาลอื่น อาทิ โรงพยาบาลพุทธชินราช จากจังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลสระบุรี เป็นต้น โดยใช้พื้นที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา ทำเป็นโรงพยาบาลสนาม เนื่องจากโรงพยาบาลบางสะพานต้องปิดตัว โดยมีทีมเมิร์ท( MERT) คือทีมของกระทรวงสาธารณสุข บริหารงานอยู่ก่อนหน้า
กนกวรรณ เล่าว่า เคสที่หนักที่สุดเคสหนึ่งที่พบเป็นหญิงสูงอายุ ต้องสงสัยว่าเป็นโรคหัวใจ ญาติพามาส่ง ต้องช่วยใส่ท่อหายใจ ซึ่งขณะนั้นไฟดับต้องช่วยเหลือกันทุลักทุเล อีกกรณีเป็นหญิงสูงอายุเหมือนกัน ทราบภายหลังว่าคนไข้ติดเชื้อในกระแสเลือด คาดว่าติดเชื้อมาหลายวันทำให้คนไข้มีอาการชักเกร็ง หายใจไม่สะดวก เมื่อมาถึงก็ทำการใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจส่งไปโรงพยาบาลหัวหิน

นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเนื่องจากโรงพยาบาลบางสะพานเปิดทำการได้แล้ว ศูนย์แพทย์สนามจึงปิดตัวลง ในส่วนของห้องฉุกเฉินจึงย้ายจากโรงพยาบาลสนามมาที่โรงพยาบาลบางสะพาน ซึ่งในส่วนของทีมโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ทำหน้าที่ลงพื้นที่เยี่ยมคนไข้ตามบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และบางคนอาการค่อนข้างหนักไม่สามารถเดินทางมาโรงพยาบาลได้
“สิ่งที่ควรระวังตอนนี้ก็คือ สุขภาพจิต รวมทั้งเรื่องของอุบัติเหตุ บางคนพลัดตกหกล้ม เพราะว่าหลังน้ำท่วมพื้นเต็มไปด้วยโคลน มีโอกาสที่จะลื่นล้มได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีปัญหาโรคระบาดที่จะตามมา เช่น โรคฉี่หนู อุจจาระร่วง ตาแดง ด้วย” นางกนกวรรณ กล่าว

