อึ้ง! ผบช.น.ชี้คดีไล่ยิง น.ศ.อุเทนถวาย เป็น ‘ค่านิยม’ รุ่นพี่หนุนรุ่นน้องทำ ล่าสุดมือยิงหนีออก กทม.แล้ว
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เรียก พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) และ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5)
เข้าประชุมชี้แจงความคืบหน้าสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุใช้อาวุธจ่อยิงกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ทำให้ นายธนสรณ์ ห้องสวัสดิ์ หรือน้องหยอด อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยดังกล่าว ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส และกระสุนที่คนร้ายก่อเหตุพลาดไปถูก น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ หรือครูเจี๊ยบ อายุ 45 ปี ครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ขณะกำลังเดินไปกดเงินหน้าตู้ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาคลองเตย ถนนสุนทรโกษา เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ธิติชี้แจงว่า จากการสืบสวนขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งแกะรอยเพื่อติดตามจับตัวผู้ก่อเหตุ โดยพบว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนหลบหนีออกนอกพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว ส่วนแผนประทุษกรรมของผู้ก่อเหตุมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี และมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 2 คน เป็นกลุ่มที่ร่วมกันวางแผนซึ่งเป็นทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน นอกจากนี้พบว่าป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ (จยย.) คันที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถ จยย.ที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สน.ดินแดง ภายหลังคนร้ายก่อเหตุมีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย รวมถึงเปลี่ยนสีรถคันที่ใช้ก่อเหตุเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบติดตามของตำรวจ
พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า การก่อเหตุในครั้งนี้เป็นลักษณะค่านิยมของกลุ่มที่รวมตัวกันเพื่อก่อเหตุกับคู่อริต่างสถาบัน ในคดีนี้ผู้ก่อเหตุและผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัวกัน โดยชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.ประสานขอข้อมูลจากสถาบันการศึกษาผู้ก่อเหตุ คาดว่าในเร็วๆ นี้จะติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุและผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ก่อนอื่นอยากจะแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังเสียใจกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวอีกด้วย ในวันนี้นั้นมีสัญญาณที่ดีในการทำงานแต่ต้องรักษาความลับในการเผยแพร่ข้อมูล เนื่องจากทราบกันดีว่าคดีนี้ไม่ได้มีผู้กระทำความผิดอยู่เพียงสองคน แต่ในสมมุติฐานที่ตั้งไว้คาดว่ามีผู้กระทำผิดอยู่หลายคน เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้การสืบสวนมีอุปสรรค จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดมีการวางแผนเตรียมการในการก่อเหตุ ส่วนเรื่องการล็อกเป้าเข้าทำร้ายเหยื่อนั้น แนวทางการสืบสวนพบว่าไม่จำเป็นที่กลุ่มผู้กระทำผิดจะล็อกเป้าทำร้ายเหยื่อ เพียงแต่หากพบเจอกลุ่มบุคคลตามที่ได้กำหนดไว้ก็จะเข้าไปทำร้าย และอยากจะฝากไปถึงสถาบันเหยื่อที่ถูกทำร้ายว่าตำรวจทำงานกันอย่างเต็มที่ ขอให้รอข้อสรุปการทำงาน
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า กลุ่มกระบวนการผู้กระทำความผิดทั้งหมดมีผู้อยู่เบื้องหลังคอยให้ความช่วยเหลือ อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าเป็นศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่เรียนร่วมสถาบันเดียวกัน และตอนนี้กลุ่มผู้กระทำผิดหลบหนีออกนอกกรุงเทพฯไปแล้ว เป็นลักษณะที่มีคนช่วยเหลือ จึงอยากขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นกลุ่มที่มีลักษณะเหมือนกลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที
พล.ต.ต.วิทวัฒน์ กล่าวว่า ประสานขอข้อมูลกลุ่มก่อเหตุไปที่สถาบันแล้ว เบื้องต้นสถาบันให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งได้ข้อมูลมาพอสมควรและไม่มีแผนที่จะเข้าตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายหรืออาวุธภายในสถาบันผู้ก่อเหตุ

