สำรวจอีกัวน่าถูกทิ้งลพบุรี เจอ 71 ตัว อุทยานฯจับได้ 5 ตัว เอาไปเลี้ยงต่อ

16.11.23 | 18:22 น.

สำรวจอีกัวน่าถูกทิ้งลพบุรี เจอ 71 ตัว อุทยานฯจับได้ 5 ตัว เอาไปเลี้ยงต่อ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อีกัวน่าเขียว สัตว์ต่างถิ่น มีการแพร่กระจายพันธุ์เป็นจำนวนมากในพื้นที่ชุมชน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เร่งแก้ไขปัญหาอีกัวน่าที่สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน โดยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา และส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ได้มีการประชุมหารือแนวทางการจัดการอีกัวน่าเขียว ใน จ.ลพบุรี และในพื้นที่จังหวัดอื่น เพื่อกำหนดและวางแผนการดำเนินการในระยะเร่งด่วน

โดยในวันนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี นำโดย นายสุทธิพงษ์ แกมทับทิม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมด้วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี นายกฤติน หลิมตระกูล ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ปลัดอำเภอพัฒนานิคม ปศุสัตว์อำเภอพัฒนานิคม และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณพื้นที่ชุมชนเขาพระยาเดินธง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อประเมินสภาพถิ่นที่อยู่อาศัย พบว่าการกระจายตัวของอีกัวน่าเขียวในพื้นที่จะกระจายตัวใกล้บ้านเรือนประชาชน

Advertisement

โดยเฉพาะบริเวณที่มีต้นไม้สูงใกล้แหล่งน้ำ และบางส่วนพบเห็นตามพื้นที่ไร่สวนของประชาชน จำนวนประชากรอีกัวน่าที่สำรวจได้ทั้งหมด 71 ตัว และยังคงดำเนินการสำรวจนับประชากรอีกัวน่าเขียวอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้สามารถจับอีกัวน่าเขียวได้จำนวนทั้งหมด 5 ตัว และจะดำเนินการดักจับอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีที่มีการดักจับอีกัวน่าเขียวได้แล้วนั้น ทางส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าจะดำเนินการส่งสัตว์ไปศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 นครนายก เพื่อดูแลต่อไป

สำหรับบริเวณพื้นที่คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และพื้นที่ใกล้เคียง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี โดยนายสมบัติ สุภศร ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมด้วย นายฤทธิรงค์ อรุณเดชาวัฒน์ หัวหน้าสวนรุกขชาติบ้านดุง นายประสิทธิ์ พุทธบูชา หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าหนองคาย นายอภิชา โคตรรัตน์ หัวหน้าศูนย์อนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ป่าต่างประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประมาณ 20 คน ประชุมวางแผนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการกระจายพันธุ์ การทำลายพืชผล การรบกวนระบบนิเวศของอีกัวน่าเขียว บริเวณพื้นที่คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอบ้านดุง เป็นประธานการประชุม ร่วมกับคณะกรรมการบริหารพื้นที่คำชะโนด

ที่ประชุมได้ชี้แจงสภาพปัญหา และร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งที่ประชุมให้นำอีกัวน่าเขียวในพื้นที่คำชะโนดออกจากบริเวณพื้นที่โดยด่วน เนื่องจากสถานการณ์ของอีกัวน่าเขียวในพื้นที่คำชะโนด พบว่ามีการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้น แต่ยังไม่พบการกระจายพันธุ์ในพื้นที่ใกล้เคียง และยังไม่พบว่ามีการกระจายเข้าไปทำลายพืชผลการเกษตรของราษฎรแต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุที่มีอีกัวน่าเขียวในพื้นที่คำชะโนด เนื่องจากมีผู้ลักลอบนำมาปล่อย จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่คำชะโนด เพื่อดำเนินการดักจับอีกัวน่าเขียว โดยสามารถดักจับได้ จำนวน 3 ตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะนำไปดูแลที่ศูนย์อนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ป่าต่างประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.สังคม จ.หนองคาย สำหรับอีกัวน่าเขียวที่ยังไม่สามารถจับได้คณะเจ้าหน้าที่จะร่วมกันวางแผนในการดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลชาวบ้านใน จ.ลพบุรี พบว่า มีบางส่วนได้รับผลกระทบจากอีกัวน่าเขียวเพียงเล็กน้อย เช่น อีกัวน่าเขียวเข้าไปกัดกินพืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้ในบริเวณบ้านพักอาศัย และแย่งกินอาหารของสัตว์เลี้ยง เช่น อาหารไก่ อาหารวัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน หากมีการพบเห็นอีกัวน่าเขียวให้โทรแจ้งทางสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้บริเวณพบเจอเข้าดำเนินการนำตัวอีกัวน่าเขียวไปส่งยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า หรือสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า

สำหรับเรื่องโรคติดต่อระหว่างอีกัวน่าสู่คนนั้น (โรคซาโมเนลโลซิส) จากก่อนหน้าที่มีการตรวจหาเชื้อ Salmonellosis ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Enterobacteriaceae ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้นั้น เชื้อดังกล่าวสามารถพบได้เป็นปกติในทางเดินอาหารโดยเฉพาะลำไส้ใหญ่ของอีกัวน่า หรือสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่นๆ ในธรรมชาติ เช่น งู กิ้งก่า เต่า เมื่อสัตว์เหล่านี้ขับถ่ายอุจจาระออกมาภายนอกจึงมีการปนเปื้อน ปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อม น้ำ ดิน ได้

จากการศึกษาพบว่า 85% ของเต่า 77% ของกิ้งก่า และ 92% ของงู จะเป็นพาหะของเชื้อ Salmonella spp. ซึ่งตัวสัตว์เองมักไม่แสดงอาการป่วย แต่เชื้อสามารถทำให้เกิดอาการป่วยในมนุษย์ได้ แต่อาการป่วยก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเชื้อที่ได้รับเข้าไป ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพของผู้ที่ได้รับเชื้อ โดยคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ร่างกายปกติดี มักไม่มีอาการรุนแรง อาจหายได้เอง อาการป่วยที่มักพบคือ ท้องร่วง ปวดท้อง มีไข้ ภายหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 12-72 ชั่วโมง

แต่ในกรณีที่ผู้ได้รับเชื้อมีผู้คุ้มกันต่ำ ผู้ป่วย HIV ผู้ได้รับเคมีบำบัด ได้รับยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ผู้ป่วยเบาหวาน หรือเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี คนชรา จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง และอาการมักรุนแรง ถึงอย่างนั้นโรคซาโมเนลโลซิสก็ไม่ใช่โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่ร้ายแรงถึงขั้นหวาดกลัว หรือตื่นตระหนกเกินไป ถ้าระมัดระวังและปฏิบัติตัวเมื่อสัมผัสโดยตรงกับสัตว์เลื้อยคลาน หรือสัมผัสทางอ้อมจากสิ่งปนเปื้อนของมูลสัตว์ จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับตัวอีกัวน่าเขียว หรือสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ ควรมีการสวมใส่ถุงมือยางเพื่อป้องกันเชื้อโรค ล้างมือ หรือส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วยสบู่หลังจากสัมผัสอีกัวน่า หรือมูลของมัน หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ยังไม่สุก เพราะในเนื้อสัตว์ดิบก็สามารถพบเชื้อซาโมเนลโลซิสได้เช่นกัน และควรล้างผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน เพราะเชื้อซาโมเนลโลซิสสามารถปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ หากพบอีกัวน่าใกล้บริเวณบ้านควรล้างทำความสะอาดบ้าน หรือภาชนะต่างๆ ที่มีอีกัวน่ามาอยู่ในบริเวณนั้นด้วย