ชัชชาติ ปลื้ม ‘ทราฟฟี่ฟองดูว์’ แก้ปัญหาเร็วขึ้น 11 เท่า ลดการทุจริต เช็กได้แต่ละเขตแก้ปัญหาดีแค่ไหน

16.11.23 | 18:35 น.

ชัชชาติ ปลื้มผลทราฟฟี่ฟองดูว์ สร้างความไว้ใจให้ประชาชน ลดการทุจริต

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่อาคารเพิร์ลแบงก์ค็อก เขตพญาไท นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “การจัดการปัญหาเมืองด้วยแพลตฟอร์ม Traffy Fondue” จัดโดย กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)

นายชัชชาติกล่าวว่า ปีที่แล้วได้ฟังบรรยายของ Amartya Sen Lecture Series มีการพูดถึง Social Contract ซึ่งมีความลึกซึ้งมากกว่ากฎหมาย รัฐต้องทำหน้าที่ในการดูแลประชาชน เอกชนดูแลขั้นพื้นฐาน ประเทศไทยต้องทำตรงนี้ให้เข้มแข็งขึ้น หน้าที่ของรัฐคือการสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจะมีพลังมากกว่ากฎหมาย โดยต้องนำเทคโนโลยีมาสร้างความไว้ใจ

นายชัชชาติกล่าวว่า Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์) เข้ากับแนวคิด Smart Enough City ซึ่งประกอบด้วย 1.เป็นความต้องการของประชาชน 2.ธุรกิจดำเนินการได้ 3.ความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิค ซึ่งภาพรวมการแก้ปัญหาผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์เร็วขึ้น 11 เท่า ใช้เวลาแก้ปัญหาน้อยลง 91.7% จาก 1,375 ชม. เหลือเพียง 114 ชม. โดยประชาชนไว้ใจ กทม.มากขึ้น จากการที่มีการแจ้งเรื่องเข้ามากว่า 400,000 เรื่อง

Advertisement

“อย่างเช่นสมัยก่อนในกรุงเทพฯมีที่จอดแท็กซี่อัจฉริยะมีอยู่ 180 จุด ปัจจุบันไม่เหลือซากแล้ว เพราะตอนทำไม่คิดถึงคน ไม่คิดถึงเทคโนโลยีที่เหมาะ อีกอย่างเรามีป้ายรถเมล์อัจฉริยะ แต่ดูรถเมล์ครีมแดง อายุ 30 ปี ปูด้วยไม้กระดาน ยังเป็นรถเมล์เก่าอยู่ ทุกอย่างต้องเริ่มจากคนแล้วเอาเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า ปัจจุบันจุดเด่นของระบบทราฟฟี่ฟองดูว์คือความสะดวกรวดเร็ว ตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ประชาชนสามารถแจ้งโดยตรงต่อผู้รับผิดชอบในพื้นที่ได้ทันที สามารถตรวจสอบได้ว่าแต่ละเขตดำเนินการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ลดการทุจริตระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน สามารถวัดผลได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงในการทำงานของบุคลากร กทม.บ้างในช่วงปีแรก แต่ปัจจุบันมีการปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ซึ่งทุกคนมีความยินดีเพราะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากขึ้น

“ทราฟฟี่ฟองดูว์สร้างความพอใจแก่ประชาชน เนื่องจากพบว่ามีการแก้ปัญหาจริงตามที่แจ้งไป ที่ผ่านมาฝ่ายบริหาร กทม.มีความจริงจังและติดตามการแก้ไขปัญหาของประชาชนผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์อย่างต่อเนื่อง กระตุ้นการทำงานของแต่ละเขต ทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ ประชาชนมีความไว้ใจในการแจ้งปัญหากับ กทม.มากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

สำหรับแนวทางพัฒนาทราฟฟี่ฟองดูว์ นายชัชชาติกล่าวว่า กทม.กำลังปรับระบบเพื่อเพิ่มการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานมากขึ้น เช่น การแจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 อุบัติเหตุ ภัยพิบัติ และการเตือนภัยด้านต่างๆ การเพิ่มช่องทางแจ้งเตือนภาษาอังกฤษรองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ทั้งนี้ การพัฒนาระบบแจ้งเตือนให้ครอบคลุมภัยประเภทอื่น เช่น การถูกลวนลาม การถูกแอบติดตาม จำเป็นต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจาก กทม.ไม่มีอำนาจโดยตรง ซึ่งต้องพัฒนาเป็นซุปเปอร์แอพพ์ ถ้าทางตำรวจเห็นด้วย กทม.ก็จะรับเรื่องไว้และส่งต่อเรื่องให้อย่างเร่งด่วน