วันที่ 16 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประกอบการร้านค้า ธนาคาร บ้านเรือนประชาชน บริเวณชุมชนเมืองเก่า ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ ที่ถูกน้ำท่วมพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นำกระสอบทรายมาวางกั้นหน้าร้าน ป้องกันน้ำท่วมครั้งที่สอง หลังจากมีการประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เตรียมรับมือฝนตกหนักในช่วง 16-20 ม.ค.อีกระลอก ขณะที่ชาวบ้าน ตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม ที่อยู่ระหว่างทำความสะอาดบ้านเรือนที่น้ำท่วม ยังคงเก็บทรัพย์สินไว้ที่สูง ไม่ขนย้ายเข้าบ้าน เนื่องจากไม่มั่นใจว่าอาจถูกน้ำท่วมอีกหรือไม่และเตรียมพร้อมอพยพออกจากพื้นที่ หากมีฝนตกหนักในระยะนี้

ที่ ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ ซึ่งเป็นอีก 1 พื้นที่ประสบภัย มีน้ำไหลหลากมาจากเทือกเขาพนมเบญจา ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายนับร้อยครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 คน ซึ่งหลังมีการประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา และทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศให้เตรียมรับมือฝนตกหนักในช่วง 16-20 มกราคมอีกระลอก ส่งผลให้ชาวบ้านต้องผวากับการประกาศเรื่องฝนในครั้งนี้
นางหนูแจ้ว บุญฤทธิ์ อายุ 63 ปี อยู่ที่หมู่ 3 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม กล่าวว่า วันเกิดเหตุไม่ได้รับการแจ้งเตือนใดๆ แต่มาทราบอีกครั้งว่ามีการแจ้งในทีวีและตามโลกออนไลน์ ซึ่งตนไม่ได้ดูหรือเล่น ทำให้ไม่ได้รับรู้ วันเกิดเหตุจึงเก็บทรัพย์สินได้แค่เสื้อผ้า ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ เสียหายหมด และขณะนี้ทราบว่ามีการเตือนว่าจะมีฝนตกลงมาอีกในช่วงหลายวันนี้ ก็รู้สึกกลัว เบื้องต้นได้เก็บทรัพย์สินต่างๆ ที่เหลืออยู่ให้พร้อมสำหรับการขนย้ายแล้ว ยอมรับว่าน้ำท่วมรอบนี้หนักกว่าปี 2554 เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่ามาก

ด้านนายวิรัช บุญฤทธิ์ อายุ 60 ปี กล่าวว่า บ้านเรือนเสียหายเกือบทั้งหมด ระดับน้ำสูงถึงชั้น 2 ของบ้าน ส่วนสวนปาล์ม มีดินโคลนมาทับถมเสียหายหนัก ไม่สามารถเดินเข้าไปได้แม้จะผ่านมาหลายวัน ดินโคลนสูงกว่า 50 ซม. หลังจากนี้หากไม่มีฝนก็ต้องนำรถไถเข้ามากวาดออก ส่วนการตัดผลปาล์มยังไม่สามารถเข้าไปทำได้ ส่งผลให้ปาล์มที่สุกร่วงหล่นจำนวนมาก เช่นเดียวกันสวนยางก็ไม่สามารถเดินเข้าไปกรีดได้เพราะยังมีโคลนทับถมอยู่เช่นกัน ทั้งนี้สำหรับสวนยางนั้น หากมีอายุน้อยไม่ถึง 3 ปี หลังจากนี้ก็อาจจะยืนต้นตายได้

