เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ท้องสนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. แถลงภายหลังการประชุมว่า ได้มีการประชุมหารือในเรื่องการเตรียมการจัดพื้นที่รองรับการสร้างพระเมรุและการรองรับประชาชนที่จะเข้ามาสักการะพระบรมศพ รวมทั้งหารือเรื่องการบริหารจัดการด้านการอำนวยความสะดวกแก้ประชาชน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้ทั้ง 17 กระทรวงนำน้ำ อาหารและการบริการด้านต่างๆ เข้ามาช่วยในบริเวณท้องสนามหลวงร่วมกับจิตอาสาภาคเอกชนและประชาชนให้พร้อมเพรียง โดยให้กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพในการประสานกับกระทรวงต่างๆ
พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวอีกว่า ในเรื่องของความมั่นคงได้มีการตรวจความเรียบร้อยและบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย อาทิ มีรถของประชาชนมาจอดบริเวณทางออกฉุกเฉินของรถพยาบาลและรถกู้ภัยของมูลนิธิต่างๆ ทำให้เมื่อมีเหตุต่างๆ จะส่งผลให้การปฐมพยาบาลและการบริการล่าช้า จึงได้ขอให้ประชาชนไม่นำรถใจอดในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งมีประชาชนบางส่วนกักตุนอาหารที่มีแจกบริเวณท้องสนามหลวง ได้นำตัวไปบันทึกประจำวันและตักเตือนไปแล้ว ขณะที่การแต่งกายของนักท่องเที่ยวที่ยังไม่สุภาพนัก เนื่องจากบางคนเพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทย ยังไม่มีเวลาเปลี่ยนชุด บริษัททัวร์ไปรับจากสนามบินมาพักบริเวณใกล้เคียงกับพระบรมมหาราชวัง กอร.รส. ได้ประสานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เพื่อประสานกับบริษัททัวร์ให้นักท่องเที่ยวได้มีเวลาพักผ่อนและเปลี่ยนชุดก่อนจะเดินทางมาบริเวณนี้แล้ว
รอง ผอ.กอร.รส.กล่าวต่อว่า ปริมาณขยะตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ลดลงไป 50 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้มีเป้าหมายว่าขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ เช่น ถึงพลาสติก แก้วพลาสติก ขวดต่างๆ ควรลดปริมาณลงให้เหลือแค่ 37 เปอร์เซ็นต์ โดยขอความร่วมมือประชาชนให้พกขวดน้ำส่วนตัวมาเอง เพื่อลดปริมาณขยะ รวมทั้งใครที่สามารถพกอาหารมารับประทานในช่วงรอเข้าสักการะพระบรมศพได้ก็อยากขอความร่วมมือเรื่องนี้

