เปิดสาเหตุขวดเบียร์เกาะเต่า ลดลง จากวันละ 5 ตันเหลือ ตันเดียว
กรณี กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่อง ปริมาณขวดเบียร์ในพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ลดลงถึง 80% นั้น ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า เป็นเพราะปริมาณนักท่องเที่ยวลดลง หรือมีคนดื่มเบียร์ลดลงหรือไม่
วันที่ 20 พฤศจิกายน นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้กับ มติชนออนไลน์ ว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวพื้นที่เกาะเต่า ไม่ได้ลดลง และปริมาณการดื่มเบียร์ในพื้นที่ดังกล่าวก็ไม่ได้ลดลงด้วย แต่ที่ปริมาณขวดเบียร์ซึ่งเป็นขวดแก้วลดลง เพราะมีการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการดื่มเบียร์จากขวดแก้ว เป็นการดื่มเบียร์จากกระป๋องแทน
นายปิ่นสักก์กล่าวว่า เดิมที่มีการสำรวจเรื่องของปริมาณขยะในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะพื้นที่เกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว พบว่า มีปริมาณขวดแก้วจำนวนมาก แม้ว่าขวดแก้วจะสามารถนำมารีไซเคิลได้ดีก็จริง แต่ต้นทุนในเรื่องการขนส่ง จากเกาะมายังโรงงานเพื่อทำการรีไซเคิลนั้นค่อนข้างสูงมาก จึงมีการนำเสนอเรื่องของบรรจุภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่เครื่องดื่มที่นักท่องเที่ยวนิยม
“จึงเปลี่ยนจากขวดแก้วเบียร์เป็นกระป๋องอะลูมิเนียม เพื่อให้เกิดการเรียกคืนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ง่าย ลดปริมาณขยะขวดแก้วที่จะต้องเป็นภาระและค่าใช้จ่ายของเทศบาลในการกำจัด ซึ่งผลการดำเนินงานได้รับความร่วมมือเป็นที่น่าพอใจ แต่ในกรณีที่ผู้ประกอบการยังคงยืนยันจะขายเบียร์ขวด กรมควบคุมมลพิษจะมีการขอให้ใช้มาตรการในการเรียกขวดเบียร์คืนกลับไปยังร้านค้าที่จำหน่ายทั้งหมด โดยจะต้องนำเก็บไปจัดการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไป” นายปิ่นสักก์กล่าว
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษกล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีว่า เวลานี้ขยะขวดเบียร์ จากขวดแก้วได้ลดลงจากเฉลี่ย 5 ตันต่อวัน เหลือเพียง 1 ตันต่อวันเท่านั้น ซึ่งช่วยลดภาระของเทศบาลในการจัดการขยะได้จำนวนมาก ทั้งนี้ จากการสำรวจร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านขายส่ง ร้านค้าสะดวกซื้อ ร้าน 7-11 ต่างให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากขวดเบียร์เป็นกระป๋องอะลูมิเนียม

