เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมเกียรติ พิมพกันต์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.5 บก.ปปป. เพื่อแจ้งเอาผิดกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำหมูเถื่อนเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวนหลายคดีด้วยกัน
นายอัจฉริยะกล่าวว่า คดีแรก เป็นการแจ้งเอาผิดอดีตหัวหน้าด่านกักสัตว์ชลบุรีรายหนึ่ง และนายตรวจปศุสัตว์ หลังพบมีพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือผู้ลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน ซึ่งตามความเป็นจริงการออกใบอนุญาตนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนเหล่านี้จะต้องมีการเดินทางไปตรวจสอบแหล่งที่มา และจะต้องเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อส่งตรวจ แต่เจ้าหน้าที่กลับละเลย เพื่อแลกกับการเรียกรับเงินสินบน โดยอดีตหัวหน้าด่านกักสัตว์นั้นเรียกเก็บตู้ละ 3 หมื่นบาท ส่วนนายตรวจปศุสัตว์ จะเรียกเก็บตู้ละ 500 บาท
นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า คดีที่ 2 เป็นการแจ้งดำเนินคดีอดีตอธิบดีกรมประมง กับพวกร่วมกันละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หลังร่วมมือกับผู้ที่ลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน จัดทำเอกสารราชการเท็จสำแดงเนื้อหมูเป็นหัวปลาแซลมอล เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ส่วนคดีที่สามเป็นการเอาผิดนายด่านกักสัตว์นายหนึ่ง หลังมีการร้องเรียนจากการท่าเรือฯว่า มีพฤติกรรมร่วมกันยักยอกของกลางตีนไก่ที่ต้องถูกนำไปทำลาย จำนวน 2 ตู้ ไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก
นายอัจฉริยะกล่าวต่อว่า ส่วนคดีสุดท้ายเป็นการเอาผิด อดีตนายด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ที่ไม่ยอมทำลายตับหมูแช่แข็งกว่า 75,000 กิโลกรัม ที่ถูกอายัดไว้ในห้องเย็นแห่งหนึ่ง หลังสุ่มตรวจเจอเชื้อโรคในตับหมูแช่แข็ง จำนวน 1.5 ตัน ซึ่งตามหลัก พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์แล้วจะต้องนำตับหมู 75,000 กิโลกรัม ไปทำลายทิ้ง แต่กลับมีการเลือกทำลายเพียงแค่ 1.5 ตัน ส่วนที่เหลือปล่อยให้ผู้ประกอบการนำไปขายต่อยังห้างสรรพสินค้าดัง

