‘ปิยะสกล’เสนอบอร์ด กพฉ.ถกร้องเรียน ‘หมออนุชา’ เลือกเลขาฯ สพฉ.18 ม.ค.นี้

16.01.17 | 14:04 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 มกราคม  นายธนพล ดอกแก้ว  ประธานชมรมเพื่อนโรคไต ในนามเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งประกอบด้วย ชมรมเพื่อนโรคไต  เครือข่ายสลัม 4 ภาค กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ  ศูนย์ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพ ประเทศไทย  เครือข่ายการศึกษา/เครือข่ายเด็กเยาวชน  เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย เป็นต้น พร้อมด้วยผู้แทนอีกประมาณ 10 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะประธานกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรณีขอให้ยกเลิกกระบวนการสรรหาเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) เนื่องจากความไม่โปร่งใส และไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยนายธนพล กล่าวว่า  เครือขายฯ ได้รับทราบข้อมูลว่ามีความบกพร่องและพฤติการณ์ที่อาจไม่โปร่งใสในกระบวนการสรรหาเลขาธิการ สพฉ.ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้ โดยพบว่ามีการเล่นพรรคเล่นพวก มีผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะเดียวกันยังพบว่า คณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาและเลือกผู้สมัครออกมา 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีบุคคลหนึ่งที่กำลังถูกร้องเรียน แต่กลับได้รับการคัดเลือก เพราะทราบว่า มีส่วนได้ส่วนเสียกับกรรมการใดกรรมการหนึ่งหรือไม่ จึงอยากให้มีการตรวจสอบตรงนี้ และขอให้ยกเลิกกระบวนการสรรหานี้เสีย

วันเดียวกัน นายต่อพงษ์ ส่งศรีโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อีเมอเจนซี เมดิคอล เซอร์วิส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด  และหนึ่งในผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาฯ สพฉ.  กล่าวว่า ตนมายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการ สธ. หลังจากยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)    ถึงคุณสมบัติของ นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร  ว่าไม่เหมาะสมในการสมัครเป็นเลขาธิการครั้งนี้อีก เนื่องจากกำลังถูกร้องเรื่องการพิจารณาการรับรองจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐานและช่วยปฏิบัติการแพทย์ชั้นสูง ที่ไม่เป็นธรรม จึงขอให้ยกเลิกการสรรหาครั้งนี้ และเลือกใหม่เสีย

นพ.ปิยะสกล  กล่าวว่า   หลังจากเครือข่ายฯได้ยื่นข้อเรียกร้องมา ตนได้หารือกับฝ่ายกฎหมายเกี่ยวกับขั้นตอนการสรรหาครั้งนี้ ซึ่งพบว่า  ตามกฎหมายไม่ได้กำหนดว่ากรรมการสรรหาต้องมาจากบุคคลใด แต่ต้องไม่มีประโยชน์ทับซ้อน และต้องไม่พบความไม่เป็นกลางอย่างร้ายแรง  ซึ่งหลังจากตรวจสอบก็ไม่พบว่า กรรมการท่านใดมีส่วนได้ส่วนเสีย   โดยกรรมการสรรหามีทั้งหมด  5 คน  มีนพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. เป็นประธานกรรมการ  อีก 2 คนเป็นกรรมการบอร์ด คือ รศ.ศิริอร สินธุ กพฉ. และผศ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ส่วนอีก 2 คนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ คือ นายพิจิตต รัตตกุล ที่ปรึกษา กพฉ.  และนายวิทยา ชาติบัญชาชัย ที่ปรึกษา กพฉ.  โดยการสรรหาได้คัดเลือกผู้สมัครมา 3 คน คือ 1.นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร  2.นพ.ไพโรจน์ เครือกาญจนา หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รพ.ราชวิถี และ 3.นพ.อัจฉริยะ แพงมา  อดีต ผอ.สำนักจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน สพฉ.

นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า นพ.อนุชา จะหมดวาระในการดำรงตะแหน่งเลขาธิการสพฉ.ในวันที่  28 กุมภาพันธ์ 2560   และเมื่อกรรมการสรรหามาได้ 3 คน ถึงแม้ นพ.อนุชา จะถูกร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช.   และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (.ป.ท.) เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 จนผู้ร้องเรียนเห็นว่าไม่เหมาะสมนั้น จริงๆ แล้ว ตามกฎหมาย ป.ป.ช. และป.ป.ท. ยังไม่ได้ตัดสินว่าผิด เพราะเป็นการรับเรื่องทางธุรการเท่านั้น ต้องมีการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อน การที่จะตัดสิทธิเพราะถูกร้องเรียนอาจเป็นการปิดโอกาส   ประกอบกับตามระเบียบคุณสมบัติของเลขาฯ สพฉ. มี 2 ข้อสำคัญ คือ 1.ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และ2.ต้องไม่เคยถูกพิพากษาให้จำคุก แต่กรณีป.ป.ช. และป.ป.ท.ยังไม่มี

Advertisement

“ในวันที่ 18 มกราคมนี้ ผมจะนำข้อร้องเรียนทั้งหมดของ นายต่อพงษ์  และข้อมูลจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงฯ โดยข้อมูลทั้งหมดจะยื่นต่อบอร์ด กพฉ.ว่าจะให้เดินหน้าต่อหรือไม่ หากเดินหน้าต่อในวันนั้นก็จะทราบตัวเลขาธิการ สพฉ. เพื่อให้ทันต่อการหมดวาระของเลขาธิการ สพฉ.คนเก่า ที่จะหมดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้” ประธานบอร์ด กพฉ.กล่าว

S__5079045