ตำรวจสอบสวนกลาง จับรถบรรทุก 22 ล้อ ขนทรายหนักอื้อเกือบ 100 ตัน

21.11.23 | 12:13 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับรถบรรทุกทราย 22 ล้อ ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต
แบกน้ำหนักเกือบ 100 ตัน วิ่งบนถนน

​วันที่ 21 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รรท.รอง ผบช.ก., พ.ต.อ.คงกฤช เลิศสิทธิกุล รรท.ผบก.บก.ทล., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. ช่วยราชการ บก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.ถปภ. รรท.ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ รอง ผกก.6 บก.ปปป. รรท. รอง ผกก.2 บก.ทล.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.กล้า สมบัติพิบูลย์ รรท.สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์, ร.ต.อ.ณัฏพล นิธิพัฒนโรจน์ รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ร.ต.ต.ฉลาด ใจแก้ว, ร.ต.ต.อัชสิทธิ์ น้ำดอกไม้ รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ด.ต.ศักดิ์ชัย. ปานศรีแก้ว, ด.ต.พิทักษ์ สาธุวณิชกุล ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม นายอำพลอายุ 21 ปี ในความผิดฐาน “ใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดมาใช้บนทางหลวง, เป็นผู้ประจำรถทำหน้าที่ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต, ใช้รถในการขนส่งโดยไม่เสียภาษี, ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต” ถูกจับกุมที่ ถนนพลดำริห์ ทล.346 กม.63 ต.ไผ่หูข้าง อ.บางเลน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566

พ.ต.ต.กล้ากล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงกวดขันปราบปรามรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดบนทางหลวงแผ่นดิน
ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบในพื้นที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม โดยพบรถบรรทุกไม่ประจำทางชนิดหัวลาก ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ลากจูงรถบรรทุกชนิดพ่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน วิ่งมาบนถนน โดยมีลักษณะเป็นการบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักเกิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบผู้ขับขี่ คือ นายอำพล โดยจากการสอบถามนายอำพล ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองไม่ได้นำใบอนุญาตขับขี่รถบรรทุกประเภทชนิดที่ 3 ติดตัวมา มีเพียงบัตรประชาชนมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งภายหลังเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตขับขี่ กลับไม่พบข้อมูลใบอนุญาตขับขี่รถบรรทุกประเภทชนิดที่ 3 ตามที่นายอำพล กล่าวอ้าง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจสอบรถบรรทุกคันดังกล่าว พบว่าส่วนหัวลากมีสถานะสิ้นอายุภาษี ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.65 และส่วนพ่วง นอกจากจะไม่มีการติดแผ่นป้ายทะเบียนแล้ว สถานะยังถูกยกเลิกเลขทะเบียนตั้งแต่ 30 ก.ย.64 จึงถือว่าเป็นการประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำรถบรรทุกไปชั่งเพื่อตรวจสอบน้ำหนัก พบว่า รถบรรทุกในส่วนของหัวลาก มีน้ำหนัก 48,150 กิโลกรัม และรถบรรทุก ในส่วนพ่วง มีน้ำหนัก 46,760 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งหมดของรถบรรทุก มีน้ำหนักรวม 94,910 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ต้องไม่เกิน 50,500 กิโลกรัม ดังนั้นรถบรรทุกคันดังกล่าวจึงมีการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดถึง 44,410 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางหลวง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมื่อสอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนเองถูกว่าจ้างให้ทำหน้าที่ขับรถบรรทุกทราย โดยไปรับขนทรายมาจากบ่อทรายไม่มีชื่อ ในพื้นที่ ต.หนองพงนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อจะนำไปส่งให้ลูกค้าที่แพล้นทราย ต.ดอนตูม อ.บางเลน จ.นครปฐม โดยผู้ต้องหาทำงานมาเป็นเวลากว่า 3 ปี ได้รับเงินค่าจ้าง 400 บาท/เที่ยว

Advertisement

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์ถึงผลเสียจากการบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งนอกจากจะทำให้ถนนทางหลวงชำรุดเสียหาย ทำให้ต้องสูญเสียงบประมาณภาครัฐในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาแล้วนั้นการบรรทุกน้ำหนักเกินยังก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย